ทำไมเด็กคอมต้องไป “ค่าย” สิ่งที่ผมเรียนรู้จาก JWC

“ค่าย” เป็นสิ่งที่เด็กเก่งหลาย ๆ คนมักจะผ่านมาครับ ไม่เอาค่ายลูกเสือนะ ค่ายวิชาการครับ ในที่นี้จะขอเจาะจง “เด็กคอม” แล้วกัน ตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่าการไปค่ายมันดียังไง แล้วทำไมต้องไป ล่าสุดผมได้ไปค่าย Junior Webmaster Camp ครับ เป็นค่ายที่ดีมากค่ายหนึ่ง เพราะ founder ของค่ายโหดมาก คือเป็นระดับประเทศกันทั้งนั้น

ทำงานกับคนที่ไม่เคยรู้จัก

เด็กคอมหลาย ๆ คนเชื่อว่ามีสังคมเป็นของตัวเอง ยิ่ง geek มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีกลุ่มเล็กลงเท่านั้น ยิ่งเฉพาะเจาะจงเป็นเพื่อนที่เหมือนกับตัวเอง อาจจะมี “ชมรมคอมพิวเตอร์” ในโรงเรียน เวลาไปแข่งก็จะไปกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ซึ่ง “รู้ใจ รู้แนวทาง” มีหัวหน้ากลุ่มคือคนเก่งสุด คอยสอนกัน ไล่กันเป็นทอด ๆ พี่สอนน้อง น้องสอนพี่บ้าง…

แต่! เวลามาค่าย ทุกอย่างกลับกันครับ เราได้มาอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก แต่ละคนนิยามความ “เก่ง” ในรูปแบบของตัวเอง ไม่มีใครรู้พื้นหลังของกันและกัน แต่เรามาอยู่ร่วมกัน เรามาทำงานร่วมกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ “ปรับทัศนคติเข้าหากัน” ให้ไปในแนวทางเดียวกัน

ผมเชื่อว่าแต่ละคนเป็นระดับเด็กคอมแนวหน้าของโรงเรียนทั้งนั้นครับ การที่มาเจอกันแบบนี้ ถ้าไม่มีการปรับตัวเข้าหากัน ยอมรับกัน รับรองมีค่ายบึ้มครับ เพราะสิ่งอื่นที่เหนือกว่าชัยชนะ ก็คือ “การมองไปทางเดียวกัน” นั่นเองครับ แม้ว่าจะโดนสับแหลกจากกรรมการ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่คนที่เพิ่งจะรู้จักกัน มองมันออกมาในทิศทางเดียวกันครับ

เจอตัวจริงซะบ้าง

เด็กคอมในไทยมีไม่กี่คนหรอกครับ บางคนเราอาจจะเคยเห็นหน้าเขา อาจจะเคยอ่าน Blog อ่าน Tweet หรือเห็นกด like Page ต่าง ๆ อันนี้สนุกครับ ได้มาเจอตัวจริงของกันและกัน ได้แลกเปลี่ยนทัศนะกัน คุยเรื่องผลงาน เรื่องต่าง ๆ แล้วเราจะได้โมเมนต์ที่แบบ “เห้ย เป็นเจ้าของเว็บนี้เหรอ เคยอ่าน ๆ” แบบนี้แหละครับ ฟินสุด ๆ ภูมิใจครับเวลามีคนพูดว่า “ตัวจริงเป็นแบบนี้นี่เอง”

สร้าง Connection

กลับมาแล้วเราได้สร้างสังคม หรือเข้าเป็นส่วนรวมของสังคมเด็กคอมมากขึ้น สนุกแน่ เพราะเราจะได้คุยกับเพื่อนที่เป็นเหมือน ๆ เรา ชอบสิ่งเหมือน ๆ เรา บางทีการที่เรานั่งอยู่ที่บ้าน กดดูกลุ่ม community ต่าง ๆ มันไม่ได้อารมณ์เหมือนกับมาเจอกัน แล้วกลับมารู้จักกันนะครับ

ใช้ MacBook แล้วไม่ถูกมองว่าอวดรวย เพราะเป็นเรื่องปกติ

ข้อนี้ขำ ๆ ครับ คิดว่าหลายคนคงเคยเจอ การที่เรานั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ โดยที่มี logo Apple สว่างจ้า บาดสายตาคนเดินผ่านไปผ่านมา นำมาซึ่งการหมั่นไส้ครับ มองว่าแหม่ ไฮโซ อวดรวย ตังค์เหลือใช้

แต่พอมาค่ายแล้ว MacBook กลายเป็นเรื่องธรรมดาครับ เพราะลักษณะสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ทั้งการออกแบบ การเขียนโปรแกรม รวมถึงการทำรูป ทำวิดีโอต่าง ๆ ซอฟต์แวร์เฉพาะ ๆ ที่ทำมาสำหรับ Mac อย่าง Xcode, Sketch หรืออื่น ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งในหลาย ๆ อย่างที่ตอบโจทย์เด็กคอมที่สุด

แต่เวลาคนมองเราจากข้างหลัง เขาไม่ได้มองจอครับ โค้ดห้าร้อยบรรทัดที่จอเรา เขาไม่ได้สนใจหรอกครับ แต่คุณจะได้คำพูดที่ว่า “เห้ยยย รวยว่ะแก” มาแทน ทั้ง ๆ ที่อยากจะทุ่มด้วย MacBook แล้วบอกว่า “ฉันเก็บเงินอดข้าวแทบตาย เพื่อ MacBook นะ”

เรียนรู้สิ่งที่โรงเรียนไม่ได้สอน

เบื่อใช่มั้ยครับ เวลาเรียนอะไรจากโรงเรียนแล้วแบบ “เห้ย นี่มันโปรแกรมสิบปีที่แล้วนะ” หรือ “ไม่มีใครเขาทำแบบนี้แล้วนะ”

ครับ เวลาอยู่ในค่าย เราจะได้เรียนรู้สิ่งที่มันใช้ได้จริง และเป็นสิ่งที่ควรรู้จริง ๆ สำหรับ JWC ที่ผมไปมา ผมไม่เคยพูดคำว่า “สอนเพื่อไร” เลยครับ คือเนื้อหาโดนใจและ “ทันสมัย” มาก ที่ผมปลื้มคือฟอนต์สุขุมวิทตัดใหม่ ที่เป็นที่นิยมมาก ทั้งในเว็บ ในสไลด์ ในเอกสารต่าง ๆ ส่วนเหตุผลก็… ย้อนไปดูข้อข้างบนครับ

แก้ปัญหาของตัวเอง

อันนี้มาจากข้อแรกครับ เป็นเรื่องที่สำคัญ ใคร ๆ ก็เก่งได้ แต่การจะเก่งควรเป็นที่ยอมรับของทุกคน เพราะคนอื่นเขาก็เก่งในแบบของเขาเองเหมือนกัน

การที่มาสร้างผลงานต่าง ๆ ร่วมกัน จะทำให้เห็นถึงข้อเสียของตัวเองในด้านต่าง ๆ ครับ มันอาจจะทำให้งานติดขัดบ้าง ทำให้คนอื่นเดือดร้อนบ้าง แต่ทุกคนก็ “ให้อภัย” อาจจะผิดพลาดจนฉุดให้คนอื่นสะดุดบ้าง แต่ทุกคนก็เข้าใจ เพราะทุกอย่างมันคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

นี่ไม่ใช่ค่ายเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นค่ายที่ให้โอกาสทุกคนเติบโตร่วมกันครับ

ข้อแรกและข้อสุดท้าย คือสิ่งที่สอนผมได้ดีมากในค่ายครับ : )
อยากจะขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคน ที่มาใช้ชีวิตร่วมกัน สร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกัน ทำให้เด็กคนนึงได้เติบโตขึ้นอีกเยอะครับ