/ Apple

เล่าประสบการณ์ MacBook เสีย จากค่าซ่อมสองหมื่นเหลือสี่พัน เป็นไปได้อย่างไร

เครื่อง Mac ทุกรุ่น รวมถึง MacBook Air ที่ผมใช้อยู่ประจำ (MacBook Air 13 นิ้ว ปี 2013) ได้รับคะแนนการซ่อมจาก ifixit เกือบจะเป็น 0 เนื่องจาก Apple นั้นได้ออกแบบ hardware ด้วยเทคนิคพิเศษ (คือการฝังทุกอย่างลงในบอร์ด) รวมถึง CPU , RAM และ เซอนเซอร์ชิป ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้เลย ซึ่งการกระทำแบบนี้ถ้ามองในสถานการที่เครื่องเสีย ก็ขึ้นอยู่กับว่า ยังมีประกัน หรือได้ซื้อ Apple Care เพิ่มไว้หรือไม่

หากมีประกัน

  • การซ่อมแซมจะทำได้ง่ายมากเพียงแค่เปลี่ยนทั้งบอร์ด เครื่องก็จะปกติเหมือนได้เครื่องใหม่
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาหลังซ่อม เพราะไม่ได้เปลี่ยนแค่ชิบบางตัว แต่เปลี่ยนยกบอร์ด
  • หากร้ายแรงมาก จะได้รับเครื่องใหม่แทน

แต่หากไม่มีมีประกัน

  • ราคา Logic Board แพงมาก
    หากนำไปซ่อมกับร้านข้างนอกแล้ว จะไม่สามารถกลับมาเข้าศูนย์ได้อีก
  • จะเกิดความรู้สึกเคว้ง เข้าศูนย์ก็เสียเงินแพงเหมือนซื้อเครื่องใหม่ จะซื้อใหม่ก็ไม่มีเงิน จะซ่อมร้านข้างนอกก็กลัวว่าจะเอาของไม่ดีมาเปลี่ยนให้ และปัญหาที่จะตามมามากมาย

ดังนั้นคนที่ใช้ MacBook ควรจะซื้อ Apple Care ไว้ อย่างแรกเลยครับ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียงานเสียการ เพียงแค่นำไปที่ศูนย์บริการแล้วแจ้งอาการ ตรวจเช็คเล็กน้อยว่าไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ใช้งานเอง เราก็จะได้ซ่อมฟรี ถ้าโชคดีอาจจะรอเพียงแค่ข้ามคืนก็จะได้เครื่องกลับมาใช้งานแล้วครับ

แต่สำหรับผมก็ได้เกิดปัญหาขึ้น จะลองเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ฟังครับ จะได้เป็นแนวทางให้คนที่ Mac เสียได้ลองพิจาณาวิธีแก้ดู หากไม่ได้ซื้อ Apple Care ไว้

3 สิงหาคม วันจันทร์

ผมได้ใช้คอมตามปกติ เอาไปโรงเรียนเพื่อเปิดเว็บที่เขียนแข่งให้รุ่นน้องดู ตอนเช้า ทุกอย่างทำงานปกติ จากนั้นก็พับใส่ไว้ในกระเป๋าแล้วเรียนทั้งวันไม่ได้สนใจอะไร เรื่องมาเกิดขึ้นตอนกลับมาถึงบ้านครับ หลังจากที่ได้กลับมาถึงบ้านผมก็หยิบ MacBook ออกมาแล้วเปิดฝาจะเล่นตามปกติ จากนั้นก็ได้เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ คือเครื่องเริ่ม wake up ช้ากว่าปกติ ( ผมไม่เคยปิด MacBook เพียงแค่พับฝาไว้เฉย ๆ ) พอ logic เข้ามาดู ก็พบว่า OS X ค้างกระจุยเลยครับ frame-rate ตกมาก ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงรันอะไรไว้ใน Simulator Xcode แล้วลืมปิด แต่พอมองไปที่ dock ก็พบว่าไม่ได้เปิด App อะไรไว้ พอกด activity moniator ขึ้นมาดู ก็พบว่า

Kernel_task ใช้ CPU 300%

เริ่มงงครับ เพราะว่าปกติ kernel_task จะกินแรมจริง (แต่ไม่ได้ส่งผลให้เราต้องไปปิดมันนะครับ) แต่จะเป็นการช่วยระบบทำงาน โดยสามารถอ่านรายละเอียดเรื่อง Kernel ที่คุณ Nutmos เขียนไว้ได้ ที่นี่ ครับ

หลังจากที่ได้ลอง clear PRAM , SMC แต่ก็ยังไม่หาย ผมก็คิดว่าเป็นบั๊กของ OS X El Capitan Beta ที่ผมลงไว้ ก็เลยลอง clean install กลับไป Yosemite แทน .... ไม่หายครับ ผมลองทุกวิถีทางยังไงก็ไม่หาย เริ่มเสียวๆว่าจะเป็นที่ Hardware ก็เลยนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยลองแก้ (เริ่มรู้สึกเครียดนิดนึง)

4 สิงหาคม วันอังคาร

หลังจากที่ใช้เวลากับกิจกรรมของโรงเรียนไปเกือบหมดวัน 6 โมง ผมถึงได้กลับมาแก้ MacBook ต่อ ตอนนั้นผมได้ลองใช้ตัว check สถานะ hardware ของ Apple ดูว่าเกิดปัญหาที่ตรงไหนบ้าง

TEMP SENSOR Malfunction..

นั่นไง ว่าแล้วตัว sensor วัดอุณหภูมิน่าจะทำงานผิดพลาดไป ทำให้ Kernel Task ไปสั่งดันพัดลมให้ดัง พร้อมกับขยายตัวเองให้ใหญ่ขึ้น กินแรมและ CPU มากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ App อื่นรัน

ทีนี้เริ่มไม่รู้จะเอาไงต่อแล้วครับ ถ้าเอาไป iMedic หรือ iStudio นี่โดนให้เปลี่ยน Logic Board แน่ ๆ เท่าที่ผมรู้มานี่สำหรับ MacBook Air เวอร์ชั่นปี 2013 ค่า Logic Board กะศูนย์ นี่ น่าจะราคาประมาณ สองหมื่นบาท ได้ครับ
( ลองอ่านในเน็ตพบว่าจริง ซึ่งราคาขนาดนั้นเสียดายมาก เพราะทั้ง RAM ทั้ง CPU ชิบ controller ต่าง ๆ ยังใช้งานได้ดี )

บอกตรงๆนะครับ ตรงนี้ผมเริ่มรู้สึกผิดมาก ๆ ที่ไม่ได้ซื้อ Apple Care ไว้เพราะถ้าซื้อ Apple Care ไว้ ตอนนั้นผมคงแค่ไปที่ iMedic ทิ้งเครื่องเอาไว้ แล้วก็มารับได้ในเย็นวันต่อไป ไม่ต้องมานั้งคิดมาก

สิ่งที่เจ็บใจที่สุดก็คือ แรมก็ไม่ได้เสีย CPU ก็ไม่ได้เสีย ถ้าเกิดว่า CPU ระเบิดนี่จะไม่เสียดายสองหมื่นเลย แต่นี่แต่ปัญหาง่ายๆ แต่ยากหากไม่มีเงินซ่อม

นอนเครียดครับ พรุ่งนี้มีเรียน รด. ตอนเช้า แต่ตอนบ่ายคงไม่กลับไปเรียนที่โรงเรียน ลองไป Pantip ดีกว่า

4 สิงหาคม วันพุธ

หลังจากเรียน รด. เสร็จก็รีบฝากการบ้านให้เพื่อนไปส่งแทน แล้วก็รีบนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าบ้านมา อาบน้ำแล้วแต่งตัวรีบไปพันธุ์ทิพย์ แม่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ก็เลยไปด้วย เพราะว่างานเสร็จแล้ว ผมหอบ Mac ไปด้วยโดยหวังว่าจะไปร้านที่ผมเคยไปซ่อม iPod nano คิดว่าน่าจะซ่อมได้ แต่วันนั้น.. ร้านปิดครับ.. เริ่มเครียดแล้ว เดินวนอยู่ในพันธุ์ทิพย์ หลายรอบอยู่ แต่อยู่ดี ๆ ก็เกิดแรงดลใจให้ขึ้นไปชั้นสาม แล้วก็เดินมั่วหาร้านที่มี MacBook วางอยู่.. เอ่ม มีอยู่ร้านเดียวครับ ลองดูก็ได้ ลองเอาเดินเข้าไปดู ..

สิ่งแรกที่ผมได้รับคือการย้อนมาอย่างน่าโมโหของเจ้าของร้าน

ผม : พี่ครับ Mac มันเซ็นเซอร์อุณหภูมิเสีย Kernel_task ขึ้น 100% เลย
เจ้าข้องร้าน : โหวว เก่งจัง รู้เยอะกว่าผมอีก

ตอนนั้นนึกในใจแล้วครับว่าอะไรวะเนีย คอมของกู กูก็ต้องรู้สิครับ
จากนั้นก็คุยกันต่อไปว่าเอาอะไรวัด ผมก็บอกว่าใช้ ตัว Hardware Check ของ Apple

Software นั่นมันก็แค่เช็คถูกบ้างผิดบ้างแหละน้อง ถ้ามันถูกหมดป่านนี้ช่างทุกคนรวยไปและ

ผมเห็นเขามั่นใจขนาดนั้นก็เลยตกลงฝาก Mac ไว้ที่ร้านโดยตกลงดังนี้

ถ้าเกิดสามารถซ่อมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน logic board คิดราคาแค่ 4,000 บาท แต่ถ้าซ่อมไม่ได้จริงๆคงต้องเปลี่ยน logic board คิดราคาแค่ 10,000 บาท (ถูกกว่าถ้าเปลี่ยนกับศูนย์ครึ่งนึง)

ซึ่งผมก็หวังครับขอให้เป็นแบบแรกจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ ผมจะมีเงินเหลือไว้จ่ายค่าเทอม และอาจจะซื้อ Apple Watch มาใส่เล่น #นอกเรื่องละ แต่ถ้าเป็นแบบเปลี่ยนยกบอร์ดผมคงคิดหนักครับว่าจะทำยังไงดี

ซ่อมได้ครับ

วันต่อมาเจ้าของร้านโทรศัพท์มาบอกว่า ซ่อมได้แล้วโดยไม่ต้องเปลี่ยน Logic Board ดังนั้นตามที่ตกลงกันไว้ 4,000 สำหรับความเทพครับ
สรุปว่าเป็นที่ชิบตัวนึงที่ใช้จ่ายไฟทำงานผิดพลาด ไม่ได้เกี่ยวกัย sensor เลย ..

ตอนนี้ MacBook ของผมก็หายดีใช้งานได้ปกติแล้วครับ

พูดได้คำเดียวว่าเป็นประสบการณ์ที่ โหดสัส ทิม คุก โจนี่ ไอว์ คริก เฟดาริก เอ็ดดี้ คูล มาก ๆ เลยครับ

ร้านชื่อ : TREX COMPUTER
เว็บไซต์ : คลิก
ร้านอยู่พันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ ชั้น 3 ห้อง 321/1 ใกล้ลานจอดรถ

"ถ้ารู้ตัวว่าเป็นของโจรไม่ต้องติดต่อมานะ...ไม่สนับสนุนของโจร... พวกชอบเปรียบเทียบราคา ไม่ใส่ใจอย่างอื่น นอกจากของถูก ไม่ต้องติดต่อมาครับ ร้านนี้เน้นคุณภาพ ถ้าคิดว่าแพงไป มาต่อได้ที่ร้านเลย คุยถูกใจทำฟรี ยังได้เลย..เงินซื้อทุกอย่างไม่ได้เสมอไปครับ ขอบคุณลูกค้าทุกท่านมาก" - เจ้าของร้าน (พี่เล็ก)

สรุปแล้วเราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง

  • Mac นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อมอยู่แล้ว ดังนั้นซื้อประกันไว้ดีกว่า ถ้ามีปัญหาจะได้ไม่ต้องเครียดคิดมาก
  • Mac ไม่ใช่คอมพิวเตอร์วิเศษที่ไม่มีวันพัง อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกทุกชิ้นในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นของ Apple เองหรือว่า 3rd Party , OEM บลาๆ มันพังได้เสมอ
  • ตั้งสติก่อนเพื่อตัวเราเอง ยิ่งถ้ามีความรู้ให้ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหา อย่าเพิ่งจิตตก ถ้าไม่มีความรู้ให้หาเพื่อนที่พอรู้เรื่องนี้ปรึกษาก่อนครับ
  • ห้ามบ่นว่าค่าซ่อมแพง เพราะอุปกรณ์ Mac มีคุณภาพสูงมา แต่ให้ดูเหตุผล เช่นในกรณีของผมคือ พังแค่ 1% อีก 99% ยังใช้ได้ดี ยังต้องเปลี่ยนอีกเหรอ ? แบบนี้ดีกว่าครับ (แต่ถ้าไฟไหม้, ซีพียูระเบิด หรือ ทำน้ำหกใส่ อันนี้ก็ต้องยอมรับนะ)

อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่โชคดีเหมือนผมนะครับ แนะนำให้ซื้อ Apple Care ไว้ เพราะแม้ว่าคุณจะรักษา Mac เท่าชีวิตยังไง คุณก็ใว้ใจอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกไม่ได้หรอกครับ

แต่ถ้าหากพลาดจริง ๆ แนะนำให้ใช้เหตุผลในการช่วยคิด อย่างกครับ เพราะสถานการอาจจะแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ขอให้สนุกกับการใช้ Mac ครับ