SpaceX บริษัทพัฒนาด้านการสำรวจอวกาศน้องใหม่ที่ก่อตั้งได้ไม่นาน โดยชายผู้หนึ่งผู้ที่แค่มีความฝันว่าอยากพามนุษย์ไปสู่ดาวอังคาร SpaceX เริ่มต้นจากการวิจัยทุกอย่างด้วยตนเองตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มจากการซื้อที่บนเกาะ ห่างไกลความเจริญเพื่อเป็นสถานที่ส่งจรวด Falcon 1 จรวดรุ่นแรกจาก SpaceX
SpaceX เติบโตอย่างรวดเร็วไม่กี่ปีหลังจากการเริ่มต้นครั้งแรก และด้วยการพัฒนาจรวด Falcon 9 และยานอวกาศ Dragon ทำให้ SpaceX ได้ชนะในการคัดเลือกบริษัทเอกชนที่จะส่งของให้กับ International Space Station หรือสถานีอวกาศนานาชาติ กับ NASA ด้วยความเพียรพยายาม ความเป็นนักนวัตกรรม และความกระหายในการที่จะเปลี่ยนโลก SpaceX จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ และได้กลายเป็นบริษัทพัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศที่ “ไม่เคยพบกับความผิดพลาด” ด้วยสถิติ บรรลุเป้าหมาย 100% ในทุกภารกิจ
ตั้งแต่ปี 2010 เป็นเวลากว่า 5 ปีมาแล้วที่จรวด Falcon 9 และยาน Dragon ได้ปฏิบัติภารกิจในการส่งยานไปสถานีอวกาศ และส่งดาวเทียม/ยานอวกาศอีกหลายลำขึ้นสู่วงโคจร นับรวมแล้วก็ 19 ครั้งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Low Earth Orbit หรือ Geosynchronous Transfer Orbit
นอกจากนี้ SpaceX กำลังอยู่ในช่วงทดลองการลงจอดจรวด Falcon 9 เพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยบังคับให้จรวดลงจอดบนแพขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก โดยการลงจอดทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ยิ่งเข้าใกล้สู่ความสำเร็จขึ้นทุกที…
Dragon CRS-7
อีกหนึ่งภารกิจขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ภายใต้สัญญาหลายพันล้านเหรียญกับ NASA Falcon 9 และ Dragon ถูกตั้งขึ้นบนฐานปล่อย ทุกอย่างดูปกติดีเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่งกับการปล่อยจรวดของ SpaceX อย่างไรก็ดี ทุกคนไม่ได้มองที่การปล่อยเท่าไหร่นัก เป้าหมายของทุกคนคือการได้เห็น Falcon 9 ลงจอดอย่างสวยงามบนแพกลางทะเลที่ชื่อว่า “Of course I still love you”
อากาศวันนี้ดีเหลือเชื่อ บนฟ้าไม่มีเมฆ ลมสงบ เหมาะกับการมองดู Falcon 9 พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและบินกลับมาลงจอด ภารกิจวันนี้ไม่ใช่แค่ส่งสิ่งของเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งโครงสร้างสำคัญของสถานีที่ถูกติดตั้งขึ้นไปด้วย นั่นก็คือ International Docking Adapter หรือ IDA ซึ่งเป็น adapter สำหรับ docking port บน ISS เพื่อรองรับยานอวกาศรุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต โดย SpaceX ก็เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจให้นำชิ้นส่วนสำคัญนี้ เป็นเหมือนใบเบิกทางในการพัฒนาการด้านอวกาศในอนาคตขึ้นไปกับยานเพื่อติดตั้งด้วย…

0 นาที 00 วินาที นาฬิกานับถอยหลังสู่ Start-up sequence เมื่อนาฬิกานับถึง 0 เครื่องยนต์ Merlin 1D Octaweb ทั้ง 9 ตัวก็ได้ถูกจุดขึ้น เชื้อเพลิงน้ำมันก๊าดถูกปล่อยให้ผสมเข้ากับออกซิเจนเหลว เกิดการสันดาปพลังงานมหาศาล พุ่งออกมาขับดันตัวจรวดให้ขึ้นสู่ท้องฟ้า
1 นาที 26 วินาที หลังจากพุ่งขึ้น ตอนนี้ Falcon 9 เข้าสู่ช่วง Max Q หรือ Maximum Dynamic Pressure ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีแรงกระทำต่อตัวโครงสร้างของจรวดมากที่สุด ณ ตอนนี้ ความผิดพลาดบางประการก็ได้เริ่มต้นขึ้น
2 นาที 19 วินาที เกิดควันพวยพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากพื้นเบื้องล่าง ควันที่ออกมาดูขาวสะอาด คล้ายกับจะเป็นออกซิเจนเหลวมากกว่าเมฆธรรมดา… ควันเหล่านี้พุ่งออกมาเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ
2 นาที 24 วินาที สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นจาก SpaceX ก็ได้ปรากฏให้เห็น จรวด Falcon 9 เริ่มฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ในขณะที่เครื่องยนต์ยังทำงานต่อไป จนไม่เหลือชิ้นส่วนใด ๆ ของ Falcon 9 ให้เห็น
ภาพที่ปรากฏต่างเผยแพร่ไปทั่วโลกผ่านทางทั้ง live stream ของ NASA และ SpaceX เอง ภาพทั้งหมดต่างทำให้ทุกคนเงียบและพูดไม่ออก แม้กระทั่งผู้บรรยายภารกิจเองก็ถึงกับเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะรีบตัดจบการถ่ายทอดสด
แม้กระทั่งผมเองยังไม่เชื่อสายตาว่าสิ่งที่เห็นคือการระเบิดฉีกขาดของ Falcon 9 จรวดที่ทันสมัยที่สุดในโลก
ชิ้นส่วนทั้งหมดตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกอย่างไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
Elon Musk ซีอีโอและวิศวกรหลักของ SpaceX ได้ทวีตข้อความกล่าวถึงความผิดพลาดดังกล่าวในทันที โดยระบุว่าการสืบหาสาเหตุในความผิดพลาดนี้จะดำเนินต่อไป “Cause still unknown after several thousand engineering-hours of review. Now parsing data with a hex editor to recover final milliseconds.”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในรอบปีที่เราสูญเสียยานขนส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศ เมื่อปลายปีที่แล้วได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องยนต์ของจรวด Antares จาก Orbital Sciences ได้ระเบิดขึ้น ทำให้ยานอวกาศและเสบียงสำหรับสถานีอวกาศถูกทำลาย ตามมาด้วยความผิดพลาดของยาน Progress จากรัสเซียที่หมุนอย่างไร้ทิศทางในวงโคจร ไม่สามารถนัดพบกับสถานีอวกาศได้ จนตกสู่โลกในที่สุด และครั้งล่าสุดกับความสูญเสียของ Dragon – Falcon 9
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันด้วยข้อมูลที่แน่นอน มีเพียงการคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดจากการควบคุมความดันในช่วง Stage ที่ 2 ของตัวจรวด ที่จะบินออกจากตัว Falcon 9 หลัก และส่งยาน Dragon ขึ้นสู่วงโคจร เห็นได้ชัดจากน้ำยาออกซิไดเซอร์ (ออกซิเจนเหลว) ที่พุ่งออกมาในขณะที่จรวดกำลังทะยานขึ้น
ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ NASA และ SpaceX แน่นอนว่าต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายและปรับอีกเป็นจำนวนเงินนับไม่ถ้วน แต่ที่น่าจับตามองที่สุดก็คือสัญญา Commercial Crew ในการขนส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศ โดย SpaceX กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา Dragon 2 ที่มีความสามารถในการนำมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ และลงจอดด้วยเครื่องยนต์ไอพ่นที่ไหนก็ได้บนโลก
อีกหนึ่งสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะกระทบมากกว่าสัญญาฉบับใด ๆ ก็คือ Certificate ในการส่งดาวเทียมและปฏิบัติการทางการทหารของกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งมีเพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถสอบผ่านและได้ Cert ใบนี้มาครอบครอง
SpaceX เป็นบริษัทที่กล้าและทำอะไรหลาย ๆ อย่างในสิ่งที่คนอื่นไม่มีวันคิดได้ด้วยซ้ำ SpaceX พัฒนาการสำรวจอวกาศด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้เราไม่ต้องลงจอดยานในน้ำเหมือนสมัย 50 ปีที่แล้ว หรือทิ้งจรวดทุกลำที่เราใช้ไป
ความสูญเสียครั้งนี้อาจจะเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่ผมมองว่า ด้วยความสามารถของทีม SpaceX จะนำข้อผิดพลาดครั้งนี้ไปปรับปรุงแก้ไข ให้เราได้เทคโนโลยีสำรวจอวกาศที่มีความปลอดภัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย และนำพามนุษย์ไปสู่การใช้ชีวิตระหว่างดาวเคราะห์ได้จริง ๆ สักวันครับ
ตอนนี้ SpaceX ยังคงเป็นบริษัทพัฒนาด้านอวกาศที่มีสถิติความปลอดภัยสูงที่สุดอยู่ ซึ่งผมมั่นใจว่า SpaceX จะรักษามาตรฐานนี้ต่อไปครับ