เมื่อจุดเปลี่ยนเดินทางมาพบกันอีกครั้ง จาก JWC7 สู่ YWC15

บล็อกนี้ไม่ใช่รีวิวค่าย ไม่ใช่เขียนอารมณ์และความรู้สึกที่ได้รับจากค่าย แต่บล็อกนี้จะเล่าเรื่องราวของเด็กคนนึงหลังจากที่ได้ผ่านค่าย Junior Webmaster Camp ที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปและเข้าร่องเข้ารอยมากกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะค่ายทำให้เขาเก่งขึ้นแต่การได้มาค่ายทำให้ Mindset ของเขาดีขึ้นต่างหาก

ความสามารถเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาด แต่วิธีคิดที่ดีจะช่วยตอบสนองความต้องการของตัวคุณเอง

เมื่อก่อนผมคิดว่าความเก่งจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ความคิดแบบนี้หายไปจากหัวโดยสิ้นเชิงหลังจากในปี 2015 ที่ได้เข้าค่าย Junior Webmaster Camp จากเด็กหัวรั้นที่พยายามจะใช้ความสามารถเท่าที่มีอยู่ฝ่าฝันจนไปถึงจุดที่ตัวเองนิยามว่าคือความสำเร็จ จุดที่ตัวเองอยากอยู่ กลายเป็นคนที่รู้สึกว่าปัจจัยสู่จุดนั้นมันไม่ได้มีแค่นั้นจริง ๆ และเมื่อยิ่งคิดกลับไป วิธีการของตัวเองตอนนั้นนั้นช่างโง่เหลือเงิน หลังจากที่ความคิดโง่ ๆ แบบเด็กที่ยังไม่โตถูกบังคับให้โยนทิ้งด้วยสภาพแวดล้อมการอยู่ท่ามกลางคนที่มีความสามารถ คนที่มีความสามารถและมีเครื่องมือที่จะชี้วัดได้ว่าความสามารถของเขานั้นสร้างประโยชน์ได้จริง เมื่อรู้ตัวอีกทีผมก็กลายเป็นเด็กที่มีงานทำตั้งแต่ตอนเรียน ได้ทำงานร่วมกับพี่ ๆ ผู้ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตไทย

โดยเฉพาะกับชายที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการอินเทอร์เน็ตไทย พี่เอ็ม @Kajochi ดึงผมมาทำ MacThai ในช่วงต้นปี 2016 การได้มาอยู่กับพี่เอ็มทำให้ผมมองอะไรเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ ไม่ใช่แค่เรื่องจะทำคอนเท้นแบบไหนดี แต่จะอยู่ในวงการนี้ให้ได้ยังไงด้วย

ในที่สุดผมก็มาถึงตรงนี้ซักทีน้องค่ายของ Young Webmaster Camp ครั้งที่ 15 ผ่านไป 3 ปีหลังจากที่ได้รู้จักกับ Junior Webmaster Camp และ Young Webmaster Camp อันที่จริงผมรู้จักกับ Young Webmaster Camp ก่อน JWC ซะอีกจากการเห็นประกาศในเว็บไซต์ MacThai.com ในตอนที่ยังเป็นแค่ผู้อ่าน

การรตัดสินใจสมัครค่าย JWC ไปในครั้งนั้น ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Perceived knowledge หรือการคิดว่าตัวเองรู้ เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งความสำเร็จเล็ก ๆ ในช่วงเริ่มต้นขณะที่เรากำลังทำอะไรซักอย่างไปได้สวย จะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองว่าเรารู้สิ่งนั้นดี เมื่อเวลาผ่านไปซักพักมันจะช่วยให้เรามองเห็นภาพมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ ณ ตอนนั้นเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่เรายังไม่รู้ ซึ่งในตอนนั้นเรายังมองมันไม่เห็น

ในที่สุดหลังจากที่ได้สร้างผลงานทั้งด้านดีและด้านดราม่าในอินเทอร์เน็ตมาพักนึง อีกหนึ่งผลผลิตจาก JWC ก็ทำให้ผมทำสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ด้วยคนเดียว กรทอง @KornKT อดีตผู้แข่งขันรายการแฟนพันธุ์แท้ระบบสุริยะที่เดินทางมาเจอกับผมในค่าย JWC9 ทำให้ผมเริ่มอยากทำเว็บขึ้นมาอีกหนึ่งเว็บ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองในตอนนั้นก็กำลังยุ่งกับงานที่ Know-Are กิจการเพื่อสังคมที่ทำงานด้านการแนะแนวอาชีพ แต่คนมันอยากทำ อะไรจะห้ามได้ กรและผมต่อตั้งเว็บชื่อว่า SPACETH.CO ด้วยความตั้งใจที่อยากให้เป็นพื้นที่สำหรับเขียนเล่าเรื่องราวที่พวกตัวเองสนใจ

ถ้าไม่ได้มาลองทำงานก็คงไม่รู้ว่าการมี Mindset ที่ดีมันสำคัญแค่ไหน และถ้าไม่ได้ทำงานร่วมกับคนที่มี Mindset ดี ก็คงไม่รู้ว่าเป้าหมายในการทำงานจริง ๆ แล้วคืออะไร

หลังจากที่ผมกรและทีมงานอีก 4 ชีวิตช่วยกันปั้นเว็บที่เริ่มต้นจาก 0 นี้ เราไม่มีสปอนเซอร์ เรามีฐานผู้อ่านเพียงเล็กน้อยจาก Blog ส่วนตัวของผมบล็อกนี้ที่ก็ไม่ได้เขียนเรื่องอวกาศ 100% อีก เพียงไม่กี่เดือนพวกผมไปยืนอยู่บนเวที Thailand Best Blog Award มือของผมถือรางวัล Best New Blog รางวัลที่มอบให้กับกลุ่มบล็อกเกอร์ที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดีโดยมีข้อแม้ว่าบล็อกนั้นต้องเปิดได้ไม่เกิน 1 ปี สื่อดูจะให้ความสนใจมากเลยทีเดียว ผมให้สัมภาษณ์สื่อในวันนั้นไปกว่า 5 สื่อ ยังไม่รวมอีเมล์หลายฉบับที่มานั่งเขียนต่อที่บ้าน ใจความหลักที่ผมพูดถึงก็คือ “ไม่อยากมองว่าเป็นรางวัล มองว่าเป็นกำลังใจจากผู้ใหญ่มากกว่า“ สิ่งที่หลายคนอึ้งก็คือเด็กวัย 16 - 19 ปีกลุ่มนี้ เอาพลังวิเศษมาจากไหนถึงได้สร้างสรรค์เว็บไซต์นี้ขึ้นมาได้ ผมบอกได้เลยว่าพลังวิเศษเหล่านี้ไม่ได้มาจากไหน แต่มันมาจากการปลูกฝัง Growth Mindset ที่ดีให้กับเยาชนต่างหาก

เพราะแนวคิดดีจึงเติบโต

Growth Mindset หรือแนวคิดเชิงเติบโตเป็นอะไรที่ผมมองว่าใช้ได้ดีมาโดยตลอด แนวคิดของมันง่ายมาก ๆ เพียงแค่คุณคิดว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเติบโตได้ ไม่ใช่ที่วิธีการทำแต่ที่วิธีการคิดต่างหากที่เปิดอิสระให้เราสามารถทำในสิ่งที่เราเชื่อว่ามันถูกต้อง มันส่งผลดี และมันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

ในตอนที่ผมยืนพูด Present งานอยู่บนเวที Junior Webmaster Camp เมื่อ 3 ปีก่อน ความคิดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในหัวหรอก สิ่งที่อยู่แต่ในหัวคือ ฉันเขียนโปรแกรมได้นะ ฉันเขียนโค้ดได้นะ ฉันหาเงินได้นะ ตอนนั้นสิ่งที่ผมคิดคือจะทำยังไงให้คนอื่นรู้นะว่าเราเก่ง สุดท้ายแล้วแนวคิดแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ก็ยังโชคดีที่รู้ตัวทัน ถ้ารู้ตัวช้ากว่านี้โอกาสหลายโอกาสอาจจะผ่านเลยไปแล้วก็ได้ ที่ Know-Are เราคุยเรื่องนี้กันบ่อยมาก เนื่องจากเราทำงานเกี่ยวกับการแนะแนวอาชีพ เราไม่ได้มองว่าการสอนวิธีการคือสิ่งที่จำเป็น แต่การสอนวิธีคิดมากกว่าถึงจะเป็นสิ่งที่จำเป็น วิธีคิดที่ดีจะอยู่กับตัวเราตลอดไป และมันจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อเราเห็นว่าการนำมันมาใช้นั้นเกิดประโยชน์กับตัวเราจริง ๆ

การสอนที่ยั่งยืนคือการสอนวิธีคิดและวิธีมองหาหนทางในการเติบโต

JWC และ YWC ต่างจากค่ายอื่น ๆ ไม่ใช่แค่เพราะว่าเป็นค่ายเด็กมัธยมที่ผู้ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตไทยเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมโดยตรง แต่เพราะว่าเราเน้นสอนวิธีคิดมากกว่า เราไม่ได้แค่สอนให้ Wordpress แล้วจบ สอนเขียน Content แล้วจบ สอนทำ Design แล้วจบ แต่ JWC และ YWC สอนให้นำสิ่งที่เราทำได้ องค์ความรู้ที่เรามี มาสร้างกระบวนการในการแก้ปัญหาอะไรซักอย่าง โดยมีเครื่องมือคือเว็บไซต์ เว็บไซต์ที่จะทำอะไรซักอย่าง

อะไรคือปัญหา อะไรคือวิธีแก้ และอะไรคือเครื่องมือ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราเข้าใจเราก็จะมองภาพของธุรกิจต่าง ๆ บนโลกนี้ออกง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะธุรกิจ Tech Startup ต่าง ๆ ที่มี core ของมันคือการแก้ปัญหาอะไรซักอย่าง เดี๋ยวนี้คำพูดติดตลกที่ผมพูดบ่อยกับเพื่อนก็คือ “มันน่าจะมี Startup มาแก้ปัญหานี้ว่ะ” กับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันแม้กระทั่งเรื่องปัญญาอ่อน ๆ อย่าง ข้ามถนน 6 เลนยังไงดี หรืออยากจีบสาวแต่กลัวโดนเขาเท

ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในโลกของการแก้ปัญหา คนที่แก้ปัญหาได้ดีมักจะถูกยกย่อง และคนที่แก้ปัญหาได้ดีและทำให้เราเสพติดวิธีการแก้ปัญหานั้นก็อยู่ในระดับเทพเจ้าเลยทีเดียว พี่มาร์ค ซักเคิลเบิร์ก เจ้าของ Facebook กลายเป็นเทพเจ้าที่ทำให้เราเสพติดวิธีการแก้ปัญหาอยากรู้เรื่องเพื่อนของเราในยุคก่อนจะมี Facebook หรือถ้าเป็นเรื่องใหญ่น้อยกว่านั้น Uber ก็ทำให้เราหมดไปกับปัญหาเรียก Taxi ลำบาก แม้จะไม่อินเท่าของพี่มาร์ค แต่ Startups ต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่งัดวิธีการเจ๋ง ๆ มาทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

YWC เหมือนเกมอย่างหนึ่ง เกมที่สุดท้ายไม่มีผู้แพ้และผู้ชนะ เป็นเกมที่ออกแบบมาให้ทุกคนแพ้และชนะในเวลาเดียวกัน เพราะสุดท้ายผลของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กะว่าใครชนะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะกอบโกยเอาสิ่งดีที่ได้จากการมาลงเล่นไปพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด

ปัญหาของ LINE Man ก็คืออยากกินร้านอร่อยแต่ขี้เกียจออกจากบ้าน วิธีการแก้ปัญหาก็คือก็ให้บริการมอเตอร์ไซค์ส่งของมาส่งละก็แบ่งเงินให้ เครื่องมือที่ใช้คือ Application การมองแบบนี้จะทำให้เราสามารถ Flex แนวคิดของเราไปได้อีก แค่การมองวิธีการแก้ปัญหากับเครื่องมือไม่เหมือนกันก็ต่างแล้ว ถ้าสมมุตว่ากลุ่มผู้ใช้มีแค่ 10 คนในประเทศไทย แต่ 10 คนนี้ โคตรพ่อโคตรแม่รวย แล้ว Application จะยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า เปลี่ยนเป็นติดต่อกันผ่านโทรศัพท์แทนได้ไหม จะได้ไม่ต้องไปเขียนแอพให้เปลืองต้นทุน การมองวิธีการคิดแยกออกเป็นส่วน ๆ จะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น แต่ถ้าเราเริ่มต้นที่ว่า “ฉันอยากทำแอพส่งอาหาร” แค่นี้ก็เป็นการมองภาพจาก Outside to Inside แล้ว และเป็นการตีกรอบความคิดของตัวเองไปซะงั้น

ถามว่าวิธีการเหล่านี้มาจากไหน ก็มาจาก Mindset ดี ๆ ที่ JWC และ YWC พยายามปลูกฝังนี่แหละ โชคดีแค่ไหนที่ผมจะมีโอกาสได้เข้าร่วมค่ายเปลี่ยนชีวิตอีกครั้งและได้รับนามสกุล YWC15 มาใช้เพื่อเป็นเครื่องบ่งบอกว่าเป็นผู้ที่มีมุมมองต่อโลกและการพัฒนาตัวเองต่างไปจากผู้อื่น

ธันวาคม 2017 ในห้องสัมภาษณ์ ผมได้เข้าสัมภาษณ์กับพี่เอ็ม พี่ว่าน และพี่ปอง แม้จะรู้จักกับทั้ง 3 ท่านแล้วแต่ก็ยังแอบไม่กล้าสบตา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม รายชื่อกรรมการตามนี้แน่นอนว่าสาขาที่ผมสมัครไปคือ Content ต่างจากเมื่อ 3 ปีก่อนที่เข้าค่าย YWC ในสาขา Design ตอนนั้นผมเพิ่งจะเริ่มทำงานช่วงแรก ๆ สิ่งเดียวที่ทำแล้วดูจะรุ่งที่สุดก็น่าจะเป็นด้านการออกแบบเนื่องจากมีต้นแบบที่ obvious มาก ๆ คืองานออกแบบของ Apple หนึ่งในบริษัทที่มีวิธีคิดที่โดดเด่นและเป็นตัวของตัวเอง ทำให้นัดนนในวัย 16 เลือกที่จะมาโชว์ผลงานด้าน Design ในค่าย JWC (ตามมโนภาพของคำว่าค่าย ณ ตอนนั้น) ส่วนในอีก 3 ปีต่อมา เป็นที่ชัดแล้วว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีกินในทุกวันนี้ก็คือฝั่ง Content การเขียนบทความ การรีวิว การทำ Advertorial และอื่น ๆ แถมการที่มี Spaceth.co เป็นป้ายห้อยคอไว้ตลอดก็ยิ่งทำให้เห็นอนาคตของตัวเองในฝั่งนี้ชัดขึ้น (แม้สุดท้ายแล้วผมจะทำ Spaceth ตั้่งแต่ Infra, Design จน Analytic ก็ตาม) แต่ในยุคนี้ใครทำ Content เก่ง ๆ ก็ถือว่าโคตรเท่ แถมเรากำลังอยู่ในยุคที่เปลี่ยนผ่านจาก Mass Media ไปสู่ Macro Media ยุคปฏิวัติสื่อชัด ๆ เข้าคอนเท้นดีกว่า ในค่ายต้องมีเรื่องเล่าสนุก ๆ จากพี่เอ็มและพี่ปองแน่เลย

เป็นไปตามคาด ใน Session แรกของค่าย พี่เอ็ม @Khajochi ชายผู้ให้โอกาสผมมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นวิทยากรคนแรกที่ผมได้เจอ พี่เอ็มเล่าเรื่องจากประสบการณ์ของตัวเองในฉบับที่ Khajochi Blog ยังต้องอาย วิทยากรในค่ายนี้ไม่มีกั๊กความรู้จริง ๆ การได้นั่งอยู่ในห้องที่พี่เอ็มบรรยาย ภาพตลอด 2 ปีที่ผมได้อยู่กับพี่เอ็มก็ยิ่งโคตรชัด อธิบายได้เลยว่าทำไมพี่เอ็มถึงทำแบบนี้ ไม่ทำแบบนี้ เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้คือรายการตามติดชีวิตพี่เอ็ม แต่ตอนนี้คือการเฉลยเนื้อหาของรายการทั้งหมด ของพวกนี้ไม่ได้ถูกสรุปมาเป็นประเด็น หนึ่ง สอง สาม แต่ต้องผ่านการมอง การวิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกมาซึ่งข้อคิดและวิธีปฏิบัติในฐานะของคนที่จะทำงานด้าน Content ทำให้ Session ของพี่เอ็มเป็นหนึ่งใน Session ที่ผมชอบที่สุดจากค่ายนี้เลย

You Can’t Connect the Dot Looking Forward, You Have to Connect Them Looking Backward.

YWC15 จะเป็นค่ายที่เปลี่ยนชีวิตผมอีกครั้งนึง มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแบบตรง ๆ เหมือนในตอน JWC7 เนื่องจากตัวเองก็ได้ข้าวเข้ามาสู่แหล่งปลูกเพาะ Mindset ดี ๆ แห่งนี้แล้ว แต่ตามที่ Steve Jobs พูดไว้ You Can’t Connect the Dot Looking Forward, You Have to Connect Them Looking Backward. เราไม่สามารถลากเส้นต่อจุดไปยังอนาคตได้ แต่เราสามารถมองย้อนกลับไปแล้วค้นหาได้ว่าทำไมเราถึงมาอยู่จุดนี้ เมื่อ 3 ปีก่อนในค่าย JWC ผมไม่รู้หรอกว่าการได้เข้าร่วมค่ายจะทำให้ผมได้มาทำ MacThai ได้ทำให้ Nutn0n Blog ที่ตอนนั้นเป็น Blog เกิดใหม่ไม่มีใครรู้จัก และได้มาเจอกับกร ทำให้เกิด Spaceth.co หรือได้ขึ้นพูดบนเวที TEDx แต่ในวันนี้เมื่อผมมองย้อนกลับไป การที่ได้มาอยู่ในครอบครัว JWC ครอบครัวของคนที่มี Mindset ดี ๆ มีแนวคิดเชิงเติบโต มันคือแรงผลักดันที่ส่งตัวเองมาให้อยู่ ณ จุดนนี้ ส่วนค่าย YWC15 ที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมอาจจะยังบอกไม่ได้ว่ามันจะพาผมไปถึงจุดไหนอีก สิ่งที่ทำได้ก็มีแต่เฝ้ารอ และรักษาแนวคิดดี ๆ มิตรภาพดี ๆ Connection ดี ๆ และเรื่องราวดี ๆ อีกหายเรื่องที่ได้จากค่ายนี้ไว้กับตัวให้อยู่อีกนานแสนนาน แล้วซักวันหนึ่งในวันที่มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นสิ่งที่ส่งผลให้มันเกิดคงจะไม่ใช่อะไรนอกจากการได้เข้าร่วม Young Webmaster Camp ปีที่ 15 ครั้งนี้

สัญญาว่าจะนำความรู้และแนวคิดเหล่านี้มาเพื่อพัฒนาตัวเองและให้โอกาสคนอื่นอยู่เสมอให้เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับมันมาและทำให้ตัวเองมายืนอยู่ ณ จุดนี้

Dedicated to my family at JWC and YWC.