รีวิวสมุดจด โรงเรียนสวนกุหลาบนนท์

2

หลังจากที่กระแสบ่นเรื่องสมุดได้เกิดขึ้นเมื่อเปิดเทอมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่แย่มาก ๆ ผมบอกตรง ๆ ว่าไม่ได้ใช้สมุดในตำนานเล่มนั้นเพราะว่าตัวเองมีสมุดสีชมพูที่เป็นรุ่นเก่าก่อนหน้านั้นใช้อยู่ ก็เลยหยิบเอามาใช้ได้ก่อน แล้วด้วยความที่ว่าเป็นคนงก ก็เลยใช้สมุดอย่างประหยัด (ขี้เกียจจด) ซึ่งพอเปิดเทอมนี้ขึ้น ม.6 ผมก็หวังว่าเขาจะเอาสมุดนั่นออกไปจากโรงเรียนซักทีแล้วออกแบบใหม่ ด้วย Graphic และ UX ที่สวยงามกว่านี้

สำหรับ Design ของสมุดผมก็ไม่อยากจะอะไรมาก เพราะมันก็พัฒนามาขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าช่วงปี 2011 อันนั้นก็สวย แล้วสีชมพูที่ผมใช้อยู่ ไม่รู้ว่าปีไหน ก็ดูโอเค ก็เลยคาดหวังมาตลอดว่ามันจะสวยขึ้น

เวลาผ่านไป 1 ปี สมุดรุ่นเก่า ที่ดีไซน์ก็ไม่ได้สวยอะไรมากมายแต่ก็พอรับได้ ถือไปจดตามที่ต่าง ๆ แล้วก็ไม่อายเท่าไหร่ เพราะยังมีการออกแบบที่ดูดีอยู่บ้าง แต่เมื่อมันหมดนี่ล่ะสิครับ เอาหล่ะผมคงต้องมาทดลองใช้สมุดสีฟ้าในตำนานนี่แล้ว

แต่ก่อนที่จะเริ่มรีวิวก็ต้องขอบคุณคนที่เขาออกแบบก่อนเนอะ ไม่ว่าจะออกมายังไงก็ตาม ก็ขอบคุณที่ได้ออกแบบสมุดเล่มนี้ ไม่ว่าจะค่าจ้างแพงแค่ไหน หรือว่า ทำให้ฟรี หรือว่าทำไว้ก่อนแล้วก็จ่ายเงินว่าเอาดีไซน์กูไปใช้เถอะ ก็ตาม ก็ถ้าเกิดคนออกแบบมาอ่านบทความนี้ก็อย่าไปคิดมาก คิดซะว่าขำ ๆ แต่ถ้ายังอยากทำงานออกแบบอยู่ก็น่าจะต้องคิดหนักละนะ

จะขอเริ่มจากเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกก่อนละกัน ยังไม่เข้าถึงเรื่อง User Expirence อะไรเลย

First Impression

จริง ๆ เรื่องของ First Impression มันเกิดขึ้นปีที่แล้วตอนที่ได้เห็นสมุดนี้ครั้งแรก ก็จำอะไรไม่ค่อยได้มากเพราะมันก็ไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่

ตอนแรกที่เห็นเลยก็คือ อ่าวทำไมสมุดมันเปียกน้ำ แต่พอจับ ๆ ดูก็เห็นว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้เปียกน้ำแต่มันเป็นลวดลาย กุหลาบสองดอกที่สวยงาม ? อยู่บนพื่นหลังสีฟ้าที่มันไม่ใช่ท้องฟ้า แต่เป็นการไล่สี Gradient ซึ่งการจัดวาง Composition ของกุหลาบที่ทำให้ดูเหมือนสมุดมันเปียกน้ำนี้ก็อยู่ตรงกลาง

1

ซึ่งจริง ๆ ผมว่าตรงกลางเนีย มันควรจะเป็นอะไรที่เด่นและมีสาระมากกว่านี้ เช่นสถานที่สำคัญในโรงเรียน หรือตราโรงเรียน ที่มันดึงดูดสายตาให้คนมาโฟกัสได้ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนออกแบบถึงเลือกใช้กุหลาบเปียกน้ำนี้มาอยู่ตรงกลางสมุด ซึ่งมันก็โล่งไม่มีอะไรเลย นอกจากท้องฟ้าที่ไม่ใช่ท้องฟ้าที่พูดถึงมะกี้

สำหรับ First Impression ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะมันก็คือสมุดดีไซน์กาก ๆ ที่ดูเหมือนเปียกน้ำจนอยากจะโยนทิ้งเพราะกลัวว่ามันจะอับชื้นในกระเป๋า จนทำให้หนังสือเล่มอื่นที่เขาออกแบบมาดี ๆ เปียกไปด้วย


Design

ทีนี้ก็จะขอพูดเรื่องของ Design แบบจริงจังละ อาจจะมีศัพท์แปลก ๆ บ้าง แต่จะพยายามขยายความให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ขอเอาทีละหัวข้อละกัน


Grid System

จริง ๆ แล้วการออกแบบมันไม่ใช่แค่นึกจะวางอะไรก็วาง มันต้องมีการออกแบบ ต้องมีการเลือกว่า element แต่ละตัวที่จะทำมาวาง มีความสำคัญอย่างไร และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร สำหรับหลักการจัดวางง่าย ๆ ก็คือใช้ Grid System มาช่วยในการออกแบบ ซึ่งจะช่วยให้งานเกิดความ Symmetric หรือสมมาตร มากขึ้น

3

หลายคนอาจจะบอกว่าเวอร์ไปหรือเปล่า นี่สมุดนะ ไม่ใช่เขียน CSS ทำไมจะต้องมาดู Grid System การ Align, Margin อะไรพวกนี้ อันนี้บอกตรง ๆ ว่าติดมาจากเขียน CSS เหมือนกัน แต่ก็แหละเขียน CSS มันก็ต้องมาจากเส้น Guide Line ที่เราทำไว้ใน Photoshop อยู่ดี ดังนั้นการออกแบบ Grid System ให้กับสมุดก่อนแล้วค่อยจัดวาง น่าจะทำให้สมุดเล่มนี้ต่อให้ตรงอื่นจะห่วยแตกแค่ไหน ก็อาจจะดูโปรขึ้นมาบ้าง

gdf

มองโลกในแง่ดี หรือว่าสมุดเล่มนี้จะออกแบบมาตาม Golden Ratio โดยอาศัยการแบ่งย่อยแบบ ลำดับฟีโบนัชชี่ เออ ช่างมันเหอะ มันไม่มีหรอก เอาเป็นว่า ไม่มี Grid System แล้วกัน



Composition

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องการจัดวาง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่อยากพูดต่อมาจาก Grid System (ซึ่งแม่งไม่มี) แหละเอาเป็นว่าเราจะเริ่มรีวิวสมุดนี้จริง ๆ จัง ๆ ก็ตรงนี้แหละนะ

2

Typeface

มาถึงเรื่องที่ผมอยากจะพูดมากเลย ไอ่เรื่อง Typeface หรือ Typography เนี่ย