/ Story

รีวิว Starbucks Planner 2019 พร้อมกระเป๋าผ้า และวิธีได้ ต้องเติมกี่บาท เลือกสีได้ไหม

ถ้าอยากได้ต้องเติมกี่บาท แล้วได้อะไรบ้างนะ

มันกลับมาแล้วกับช่วงเสียเงินประจำปีซึ่งก็คือช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นั่นเอง ในขณะที่ผมเดินเข้าไปสั่งกาแฟที่ Starbucks สาขาจามจุรีแควร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ใกล้ที่เรียนที่สุดแล้ว (ผมเรียนอยู่จุฬา) ก็ได้พบกับต้นคริสต์มาสและเพลง All I Want for Christmas is You .. โอ้ว! มันกลับมาแล้วสินะ

0

Starbucks ในทุกปีจะมีการแจก Planner สุดเท่ที่ทำร่วมกับ Moleskine สำหรับปีต่อไปให้กับลูกค้าที่เติมเงินครบจำนวนที่กำหนด ซึ่งจากเดิมมันก็แค่สองพันนิด ๆ อ่านะ แต่ก็แพงขึ้นเรื่อย ๆ และยอดค่าเสียหายของปีนี้ก็อยู่ที่สามพันบาท!! แต่ช้าก่อน ถ้าเติบสามพันเราจะได้แค่ Planner เป็นเล่ม แต่ถ้าเพิ่มเป็นสามพันห้าร้อยบาท เราจะได้กระเป๋าผ้าเท่ ๆ ไว้่ใส่เครื่องเขียนไปเรียนด้วย ดังนั้นรออะไร จัดตัวท็อปสุดไปเลย

** จะใช้สิทธ์ได้ต้องซื้อเครื่องดื่มคริสต์มาสก่อน ผมสั่ง Snowball Peppermint ไป มันจะเป็นมอคค่าที่ใส่รสมิ้นต์ และมีข้าวพองให้เคี้ยวกรุบ ๆ รสชาติไม่แย่ แต่ชอบ Pappermint ของปีก่อนมากกว่า

สรุปรายละเอียดคร่าว ๆ ก็คือ

  • เติม 3,000 บาท ได้รับ Planner สีแดง หรือฟ้า แล้วแต่ละเลือก
  • เติม 3,500 บาท ได้รับ Planner สีน้ำเงินยีน + กระเป๋าผ้า

และที่สำคัญคือ Planner ทุกเล่มจะมาพร้อมกับคูปองส่วนลดเดือนละหนึ่งใบตลอดปี 2019 ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ซื้อ 2 แถมหนึ่ง หรือส่วนลดสำหรับการซื้อขนมด้วย

รีวิว Starbucks Planner Moleskine 2019

สมัยนี้แม้ว่าเราจะมีแอพช่วยจดจำ Memo และปฏิทินในมือถือ แต่หลายคนก็ยังชอบสัมผัสของการเขียนลงกระดาษอยู่ดี ดังนั้น Planner จึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่หลายคนโหยหา หรือจะให้เป็นของขวัญก็ดูเก๋ไม่เบา (และยิ่งเป็น Starbucks ด้วย ก็จะสัมผัสได้ถึงความแพง)

1

Planner ทีเราได้มาเป็นสีน้ำเงินยีน ซึ่งอย่างที่บอกว่ามาพร้อมกับกระเป๋าผ้า แต่ปีนี้ไม่มีปากกาให้ ต้องไปหาซื้อกันเอง //เดินเข้ามูจิ ในเรื่องของการออกแบบนั้นบอกได้เลยว่าเรียบหรูมาก เป็นสีกรมแบบสียีนส์ด้านหน้าบุผ้าสวยงาม ส่วนได้ในเป็นกระดาษออกแนวถนอมสายตาด้วย

3

ส่วนกระเป๋าผ้าก็มาในขนาดที่พอดี แม้จะใหญ่เกินกว่าจะเอาไปเป็นกระเป๋าเครื่องเขียน แต่ก็เล็กกว่าที่จะใส่ iPad สำหรับ Application ที่เหมาะสมของมันถ้าไม่เอามาใส่ Planner ก็น่าจะเอมาใส่พวก Gadget IT ต่าง ๆ เช่น ชุดที่ชาร์จ, สายไฟ เวลาเดินทางไปต่างจังหวัดหรือนั่งรถ นั่งเครื่องบินอะไรก็สะดวก

4

เนื่องจาก Project นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Starbucks และ Moleskine ด้านหลังจึงจะเป็นรูปแก้วกาแฟแล้วมีเขียนโลดก้ของ Moleskine เอาไว้ด้วย ใครที่เดินห้างบ่อยก็จะเห็นโลโก้ Moleskine ตามแผนกเครื่องเขียนต่าง ๆ ซึ่งราคาของมันก็โหดอยู่พอสมควร

2

อธิบายง่าย ๆ ว่า Planner นั้นมันคือสมุดโน๊ต + ปฏิทิน ซึ่งด้านในทาง Moleskine ก็ออกแบบช่วงแรกให้เป็นปฏิทิน และตามมาด้วยโน๊ตรูปแบบต่าง ๆ ครบถ้วน!

7

พอเปิดมานี่กรี๊สมาก เนื่องจากเป็นคนที่ชอบโน๊ตหลาย ๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเส้นบรรทัดปกติ แบบโล่ง ๆ (เอาไว้วาดรูปหรือเขียนพวกสมการ, กราฟ, แผนภาพ ต่าง ๆ) และแบบกริดที่กำลังฮิตในยุคนี้ ถ้าเราเดินไปซื้อ Muji เราจะต้องซื้อสมุดถึง 3 เล่มเพื่อให้ได้ครบ แต่ Starbucks Planner นี้มีมาให้ครบทั้ง 3 แบบ เลือกใช้กันได้ตามสบายเลย

6

แถมฟรี คูปองส่วนลดตลอดทั้งปี

อีกหนึ่งจุดขายก็คือ Starbucks มีแนบคูปองส่วนลดมาให้ท้ายเล่มด้วย ซึ่งแต่ละเดือนก็จะสลับผลัดเปลี่ยนกันไป โดยมี 3 แบบใหญ่ ๆ ด้วยกันได้แก่

  • ซื้อ 2 ฟรี 1
  • ส่วนลด Marchandise (10-30%) ไว้ซื้อพวกแก้วหรือของที่ระลึก
  • ส่วนลดเครื่องดื่ม 20% เมื่อซื้อเครื่องดื่มพร้อมเค้ก

ในแต่ละ 2 เดือนเราจะได้ส่วนลดทั้งหมด 2 ครั้งเหมือนกัน (เสียดาย เพราะคงไม่มีช่วงไหนที่เราซื้อพวก Marchandise 2 ชิ้น หรือถ้าจะให้ได้ลดสูงสุดก็ต้องซื้อ 3 ชิ้น) ส่วนซื้อ 2 ฟรีหนึ่งอันนี้น่าสนใจ เพราะเวลาไปกับเพื่อนหลาย ๆ คนจะได้หารกันได้

5

ถามว่าคุ้มไหมสำหรับการเติมเงินถึง 3,500 บาท เพื่อแลกของ ตอนแรกก็ดูเหมือนจะแพงนะ แต่พอคิดว่า ตอนนี้ผมสะสมดาวให้ได้ Gold Level พอดี ซึ่งเหลืออีกแค่ 20 ดวงจะได้ การเติมเงิน 3,500 บาทเข้าไป ก็ทำให้ผมจะได้ Gold ก่อนช่วงปีใหม่ ซึ่งเราก็จะได้รับของขวัญ + ปฏิทิน และสิทธ์ Gold อีกมากมาย ก็เลยตัดสินใจเติมไป

กระเป๋าผ้านี่ใช้แน่ ๆ เพราะเหมาะกับการใส่บรรดาอุปกรณ์สายชาร์จต่าง ๆ โดยเฉพาะหัวชาร์ของ MacBook ใส่ได้พอดีเลย ส่วน Planner ขอคิดไว้ก่อนว่าจะใช้ดีไหม ถ้าไม่ใช้อาจจะยกให้น้อง เพราะทุกวันนี้วุ่นวายกับปฏิทิน Online มากแล้ว ถ้าให้จดลงกระดาษอีกก็คงตายกันพอดี (ฮา)