SpaceX กับการปล่อยดาวเทียมด้านการทหารครั้งแรก

วันนี้เวลาหกโมงเย็นสิบห้านาที จรวด Falcon 9 ของ SpaceX พุ่งขึ้นจาก Kennedy Space Center พา "ดาวเทียมลับ" โค้ดเนม NROL-76 ขึ้นไป โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าดาวเทียมดวงนี้ มีมวลเท่าไหร่ ขนาดเท่าไหร่ เดินทางขึ้นไปที่วงโคจรแบบไหน และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

จริง ๆ แล้วการปล่อยจะต้องมีขึ้นเมื่อวานนี้แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับอุณหภูมิของ Oxygen เหลวในจรวดท่อนแรก (First Stage) ทำให้ต้องเลื่อนการปล่อยไป 24 ชั่วโมง และมาปล่อยได้สำเร็จในวันนี้ หลังการปล่อย Falcon 9 สามารถกลับมาลงจอดที่ฐาน Landing Zone 1 นับเป็นการลงจอดบนแผ่นดินครั้งที่ 4 ทำให้ตอนนี้ SpaceX มีจรวดที่ผ่านการใช้งานแล้ว 9 ลำ

National Reconnaissance Office เป็นหน่วยงานด้านการสอนแนมของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งรับผิดชอบในการสอดแนม ป้องกันภัย และเตือนภัย ขึ้นตรงต่อหน่วยงานกลาโหมสหรัฐ (States Department of Defense) เช่นเดียวกับ CIA และ NSA ที่มีผลงานในด้านข่าวกรอง และการดักข้อมูลต่าง ๆ

NRO ส่วนมากจะเป็นฝ่ายที่ดูแลในด้านการสอดแนมทางอวกาศ นั่นคือการปล่อยดาวเทียม และควบคุมดาวเทียมต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความลับไม่ถูกเปิดเผย

ดาวเทียมของ NRO จะมีความทันสมัยและซับซ้อนมากกว่าดาวเทียมของหน่วยงานทั่วไปมาก ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการสอดแนมและการทำสงครามโดยเฉพาะ ว่ากันว่า ดาวเทียมสอดแนมของ NRO มีความสามารถในการตรวจจับกองเรือดำน้ำของประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วโลก หรือสามารถ ทำหน้าที่ในการชี้เป้าของ ปืนเรือรบ ปืนรถถัง และมิซไซล์จากเครื่องบนรบได้อย่างแม่นยำที่สุด และเมื่อใช้งานร่วมกับเครื่องบิน AWACS แล้ว จะทำให้อเมริกาสามารถทำสงครามได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และรุนแรง ผ่านระบบเทคโนโลยีลับสุดยอดเหล่านี้

awacs

มีเรื่องที่น่าสนใจมากเรื่องหนึ่งคือในปี 2012 ที่ผ่านมา ในขณะที่ NASA กำลังปวดหัวกับการโดนตัดงบ ทำให้โครงการ James Webb Space Telescope ต้องเลื่อนการปล่อยไป ทาง NRO ก็ได้มอบ "ดาวเทียมติดกล้อง" ถึง 2 ตัว ที่ NRO บอกว่า "เหลือใช้" ให้กับ NASA ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก เมื่อ NASA ไม่มีงบ แต่ NRO ที่เป็นหน่วงานสอดแนมกลับมีกล้องมากมายเหลือใช้ ขนต้องมอบให้ NASA ซึ่งกล้องดังกล่าว NASA จะทำไปดัดแปลงใช้กับภารกิจสำรวจอวกาศ ในชื่อ Wide-Field Infrared Survey Telescope ซึ่งจะเน้นถ่ายภาพในช่วงคลื่นอินฟาเรด

อย่างไรก็ตาม NRO ยังไม่มีจรวดที่ใช้ในการส่งดาวเทียมเป็นของตัวเองทำให้ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ในการส่ง ซึ่งหน่วยงานพวกนีก็ต้องได้รับ Cerfificate ในการร่วมปฏิบัติภารกิจทางการทหารจากกองทัพสหรัฐ ฯ ก่อน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทขนส่งอวกาศที่ปฏิบัติการกิจการส่งให้กับ NRO มีอยู่เพียง 2 บริษัท ULA และ SpaceX

ULA หรือ United Launch Alliance เป็นการรวมกลุ่มกันของ 2 บริษัทใหญ่ของสหรัฐคือ Boeing และ Lockheed Martin ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับกองทัพมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอาวุธ เครื่องบินรบต่าง ๆ ที่หากใครชอบเรื่องพวกนี้ก็คงต้องคุ้นชินกับชื่อ Boeing และ Lockheed Martin เป็นอย่างดี ความใกล้ชิดของ ULA และกองทัพ, รัฐบาล เรียกได้ว่าใกล้ชิดกันสุด ๆ ผู้บริการหลายคนเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาคองเกรซ ทำให้ ULA และรัฐบาลนั้น สามารถทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น

NRO นั้นปล่อยดาวยเทียม "บ่อยมาก" โดยส่วนมากจะเลือกใช้บริการจาก United Launch Alliance เจ้าของจรวดรุ่นยอดนิยมอย่าง Atas และ Delta ซึ่งการปล่อยนั้นเปิดเผยตามปกติ แต่ "ไม่เคยมีรายงานว่าพวกเขาปล่อยอะไรไป" แต่เราก็คงเดาออกว่ามันคือดาวเทียมลับสุดยอดของสหรัฐ ที่คอยสอดส่องดูแล "โลกทั้งใบ ทุกซองทุกมุม" ไม่มีสถานที่ไหนในโลกนี้คลาดสายตาไปได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม NRO ได้ว่าจ้าง ULA ให้ปล่อยดาวเทียมด้วยจรวด Atlas V โค้ดเนมว่า Intruder ซึ่งเป็นดาวเทียมในกลุ่ม Naval Ocean Surveillance System ในการสอดส่องกองเรือ และเรือดำน้ำ ซึ่งก็ไม่มีใครเคยเห็นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เคยมีคนถ่ายภาพจากพื้นดินได้พบว่าเป็นดาวเทียม 2-3 ดวง โคจรขนาบกัน เป็นคู่หรือเป็นสามเหลี่ยม เพื่อใช้เทคนิคที่เรียกว่า Multilateration ในการระบุตำแหน่งด้วยความแม่นยำสูง

SpaceX คือบริษัทเอกชนหน้าใหม่ที่เข้ามาทำงานนี้ โดยไม่กี่ปีที่ผ่านมา SpaceX ได้รับ Certificate ในการร่วมงานกับกองทัพ เนื่องจากความน่าเชื่อถือและสถิติการทำงานร่วมกับ NASA ที่มีข้อผิดพลาดน้อยมาก รวมถึงสามารถให้ราคาที่ต่ำกว่า ULA เสียอีก แต่ SpaceX ก็เคยเกือบโดนยึด Cerfificate จากเหตุการณ์การระเบิดของจรวด Falcon 9 ทำให้เกิดดราม่าระหว่าง SpaceX กับ ULA อยู่พักหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาด้านการขัดขวางผลประโยชน์ทางการเมือง แต่โชคดีที่ SpaceX นั้นมี power เพียงพอที่จะสามารถกลับมาสร้างความน่าเชื่อถือได้อีกครั้ง ทำให้ตอนนี้ SpaceX สามารถรับจ้างปล่อยดาวเทียมและยานอวกาศให้กับภารกิจดังนี้

  • ดาวเทียม GPS หรือ Global Positioning System ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพอากาศสหรัฐ เป็นระบบ GPS สำหรับใช้ในทางการทหารและพลเรือนทั้วไป
  • NROL หรือ National Reconnaissance Office Launch เป็นการปล่อยดาวเทียมลับของ NRO ซึ่งปกติ NRO จะไม่จ้างใครนอกจาก ULA เนื่องจากไม่ต้องการให้ความลับรั่วไหล

SpaceX ได้ทำการปล่อยดาวเทียมในภารกิจ NROL-76 ด้วยจรวด Falcon 9 ทำให้ SpaceX เป็นบริษัทเอกชน 100% หนึ่งเดียวที่ได้ทำการปล่อยดาวเทียมลับให้กับหน่วยงานด้านการทหารของสหรัฐอเมริกา

NROL-76 Mission

ไม่มีใครรู้ว่าในครั้งนี้มี Payload เป็นอะไร แต่คาดกันว่าเป็นดาวเทียมสอดแนมขนาดใหญ่ ขึ้นสู่วงโคจรแบบ molniya orbit ซึ่งจะมีความเป็นวงรีสูงมาก วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสอดแนมโดยเฉพาะ

ในครั้งนี้ SpaceX ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดสดเฉพาะตอน Falcon 9 บินขึ้นและ Falcon 9 First Stage บินกลับลงมาที่แหลมเคอเนอเวอรัล เท่านั้น เพราะไม่ต้องการให้รู้ว่าดาวเทียมนี้จะประจำอยู่ที่วงโคจรอะไร ความสูงเท่าไหร่ และอยู่บริเวณไหน

แต่จากการที่ได้ดูจาก “เขตห้ามทำการบินและเดินเรือ” ซึ่งปกติแล้วในการปล่อยจะมีการกั้นเขตนี้ไว้ เพื่อความปลอดภัยสำหรับการปล่อย โดยจะไม่ให้มีเครื่องบินและเรือเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้ เมื่อดูจากแผนที่แล้วจะพบว่าเป็นการปปล่อยเฉียงขึ้นไปทางเหนือ และเมื่อดูประกอบจากการการเอียงของจรวดแล้ว ไม่น่าจะเป็นการปล่อยขึ้นสู่ Low Earth Orbit หรือ Geo Synchronous Orbit จึงมีการวิเคราะห์กันว่าในการปล่อยครั้งนี้เป็นการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจแบบ Molniya orbit ซึ่งเป็นวงโคจรที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ในด้านการสอดแนมและการสื่อสารบริเวณฝั่งเหนือของโลก ซึ่งยากที่จะส่งสัญญาณให้กับดาวเทียมแบบ Geo Synchronous Orbit

หลังจากการปล่อยผ่านไปอย่างลุล่วง Second Stage แยกตัวออกจาก First Stage นำดาวเทียมลับดวงนี้ไปยังวงโคจรที่ไม่มีใครรู้ SpaceX ได้ทำการตัดสัญญาณการถ่ายทอดสดจาก Second Stage ทั้งหมด และกลับมาที่ First Stage ที่จะกลับมาลงจอดที่ Landing Zone 1 ซึ่งก็สามารถลงจอดได้อย่างสำเร็จสวยงาม เป็นการลงจอดบนแผ่นดินครั้งที่ 4 ของ SpaceX นับจากการลงจอดครั้งแรกในปลายปี 2015

อ่านการทำงานเบื้องหลังการลงจอดของ Falcon 9 ที่นี่

ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้สามารถสรุปสถิติใหม่ของ SpaceX ได้ดังนี้

  • เป็น Flight 34 ที่ ของ Falcon 9
  • เป็นการลงจอดบนแผ่นดินครั้งที่ 4 ของจรวด Falcon 9
  • เป็น Falcon 9 ที่กลับมาลงจอดสำเร็จเป็นครั้งที่ 10
  • ตอนนี้ SpaceX มีจรวดใช้แล้ว 9 ลำ
  • เป็นการปล่อยดาวเทียมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ในอนาคต SpaceX ยังได้ทำการเซ็นสัญญากับกองทัพอากาศสหรัฐในการปล่อยดาวเทียม GPS III A2 ซึ่งเป็นดาวเทียมให้บริการการระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม Global Position System สำหรับทั้งด้านการทหารและพลเรือน จัดว่าเป็น Payload ขั้น Evolved Expendable Launch Vehicle (EELV) ซึ่งปัจจุบันมีจรวดเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่อนุญาตให้ปล่อย payload ในขั้นนี้ได้ คือ Atlas V และ Delta IV ของ Lockheed Martin และ Boeing การเข้ามารับการปล่อย EELV ของ SpaceX นั้นทำให้ Falcon 9 กลายเป็นจรวดรุ่นที่ 3 ที่ได้รับการตรวจสอบจากกองทัพอากาศและกลาโหมสหรัฐฯ ในการปฏิบัติภารกิจสำคัญในระดับประเทศชาติได้ โดย Certificate นั้นไม่ได้ได้มาง่าย ๆ ต้องมีการตรวจสอบมาตรฐาน และความปลอดภัยตั้งแต่ วัสดุที่ใช้ โครงสร้าง ระบบคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ฐานปล่อย ระบบการทำลายตัวเอง (Flight Termination System - FTS)

Delta 4 Heavy NROL-15

ทั้ง Delta IV และ Atals V นั้นถูกสร้างมาจากโปรแกรมการพัฒนาอาวุธ Intercontinental Ballistic Missile (ICBM) แต่ Falcon 9 นั้นเป็นจรวดเพียงลำเดียวที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์การสร้างเพื่อการเป็นอาวุธ การที่กองทัพให้ความรับรองได้นั้นนับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

:: มารู้จักกับส่วนต่าง ๆ ของ Falcon 9 คือจรวดที่ทันสมัยที่สุดในโลก :: ส่วนต่าง ๆ ของ Falcon 9 เรียกว่าอะไรทำอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน กดไลค์เพจ : Nutn0n Blog ติดตามเรื่องราว : www.nutn0n.com

Posted by Nutn0n Blog on Saturday, December 10, 2016

อ่านประวัติของ SpaceX ที่ ประวัติของ Falcon 9 (ข้อมูลถึงธันวาคม 2015)

สามารถติดตามเรื่องราวของ SpaceX บนเว็บไซต์นี้ หรือกดไลค์เพจ