/ Science

เราไปสถานีอวกาศกันยังไง มาขึ้นยาน Soyuz กันเถอะ

สถานีอวกาศ เป็น Lab วิจัยขนาดใหญ่กว่า 5 สนามฟุตบอล ลอยอยู่บนวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) ซึ่งอยู่สูงประมาณ 250 กิโลเมตรจากพื้นโลก ณ ความสูงระดับนี้ แรงโน้มถ่วงจะน้อยมาก เราเรียกว่าสภาพ (microgravity) ทุกอย่างจะล่อยลอยอยู่ ไม่มีบนหรือล่าง ด้วยสภาพแบบนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทดลองเรื่องเกี่ยวกับ การอยู่อาศัยในอวกาศ การวิจัยทุกแขนงที่ต้องทำในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง ไม่ว่าจะเป็น ยารักษาโรค, อัญมณี, ชีววิทยา และ ศึกษาผลกระทบต่อการสำรวจอวกาศในระยะยาวของร่างกายมนุษย์ ปกติแล้วคนบน ISS จะอยู่กันตั้งแต่ 5 เดือนจนถึง 1 ปีเลยทีเดียว ซึ่งทุกคนเป็นนักบินอวกาศจากทั่วทุกมุมโลก สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ อิตาลี่ ญี่ปุ่น และ อื่นๆ รวมๆแล้วในโลกนี้ มีผู้เคยไปสถานีอวกาศมาแล้วถึง 367 คนครับ!

ISS seen from Space Shuttle Endeavour

ภาพด้านบนถ่ายจากกระสวยอวกาศ Discovery ในขณะที่ออกจากสถานีเพื่อจะกลับสู่โลก

Interior of ISS Cupola

ภาพนี้ถ่ายจากโมดูล(ห้อง)หนึ่งในสถานีอวกาศ ชื่อว่า Cupola เป็นที่ที่นักบินอวกาศจะมาชมวิว และ ถ่ายภาพโลกของเราได้ จากกระจกที่ยื่นออกมานอกตัวสถานี ทำให้สามารถถ่ายภาพได้แบบพาโนราม่า

การขนส่งสู่สถานีอวกาศ

แน่นอนว่าสถานีอวกาศก็คล้ายๆกับแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ตั้งอยู่กลางทะเล ต้องมีการขนส่งผัดเปลี่ยนเวรกัน และที่สำคัญก็คือ ต้องมีการส่ง เสบียง เช่น น้ำ,อาหาร,ขนม ของใช้ส่วนตัวต่างๆ และ อุปกรณ์การทดลองสำหรับการทำ Lab วิจัยบนนั้น (ทั้งจากชาติพันธมิตร และ จากนักเรียน หรือ มหาวิทยาลัย ที่ชนะการประกวดโครงงานแล้วจะได้ส่งขึ้นไปให้ทดลองบนอวกาศ) โดยการที่จะส่งขึ้นไปใปนั้นเราจะต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า ยานอวกาศ ซึ่งยัดไปในจรวดหรือพาหนนำส่ง (Launch Vehicle)

Payload Operations Center

ภาพบนเป็นภาพของ Payload Operations Center คือศูนย์ดำเนินการขนส่งของขึ้นไปสู่สถานีอวกาศ โดยทำหน้าที่จัดระเบียบและตรวจสอบสิ่งของต่างๆทั้งก่อนส่งและหลังส่ง ให้เรียบร้อย เนื่องจากการขนส่งแต่ละครั้งใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์

ผมขอแบ่งประเภทของยานอวกาศแบบนี้ครับ

ยานประเภทขนส่งคน

ตามชื่อเลยครับใช้สำหรับส่งคนขึ้นไปและรับคนลงมา เมื่อก่อนสหรัฐจะใช้กระสวยอวกาศ (Space Shuttle) ด้วยการส่งขึ้นไปแบบจรวดและกลับมาลงจอดเหมือนเครื่องบิน แต่เมื่อโครงการกระสวยถูกยกเลิกไปตอนนี้สหรัฐก็ได้มีโครงการใหม่ ทั้งจาก NASA เองแหละจาก เอกชนอย่าง SpaceX, Boeing ต่างๆ ในการสร้างยานรุ่นใหม่อย่าง Dragon ของ SpaceX เอง และ Orion ที่มีผู้ว่าจ้างเป็น NASA ให้บริษัทพันธมิตรต่างๆช่วยกันทำ

SpaceX CEO Elon Musk introduces SpaceX's Dragon V2

ภาพของ Elon Musk กับ Dragon 2 ยานอวกาศรุ่นใหม่จาก SpaceX ที่กำลังพัฒนา

อย่างไรก็ตามระหว่างที่โครงการต่างๆกำลังแข่งกันพัฒนายานที่ถูกใจ NASA การส่งนักบินอวกาศจะต้องฝากไปกับยาน Soyuz ของรัสเซียไปก่อน ซึ่งเราจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปครับ โดยประเทศที่สามารถผลิตยานแบบมีคนขับปัจจุบันมีแค่ 3 ชาติคือ สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย(รวมถึงในสมัยเป็นสหภาพโซเวียด) และ จีน ครับ (อึ้งละสิเรื่องจีน ยานของจีนชื่อ เชินโจว์ ครับ)

ยานประเภทขนส่งเสบียง

หรือยานที่ไร้คนขับนั่นเองครับ เรียกอีกอย่างว่า Cargo Ship ยานแบบนี้จะทำการขนส่งอุปกรณ์ต่างๆตามที่บอกไว้ข้างบนขึ้นไปให้นักบินอวกาศที่อยู่บน ISS โดยยานแบบนี้มีหลายประเทศที่สามารถทำได้ ทั้งสหรัฐ,ญี่ปุ่น,รัสเซีย,สหภาพยุโรป ต่างๆครับ ยานแบบนี้ขอแบ่งย่อยไปอีก 2 แบบคือ
  • ส่งขึ้นไปและกลับลงมาได้ - ถูกออกแบบให้ทั้งขึ้นและลงจอดได้ โดยนำของที่ไม่ต้องใช้แล้วกลับลงมาในขากลับ เช่น Dragon
  • ส่งขึ้นไปแต่กลับมาไม่ได้ - ส่งขึ้นไปและเมื่อถ่ายของออกจากยานแล้ว ยานจะถูกส่งลงไป แต่ไม่ถึงพื้นโลก ให้เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศแทน เช่น Prograss ของรัสเซีย และ ATV จากสหภาพยุโรป
  • ATV-4 cargo loading underway

    เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงของเข้าสู่ยาน ATV จาก ESA ก่อนที่จะขนส่งขึ้นไปให้สถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งพวกเขาจะใส่ชุดกันฝุ่นและทำในห้อง Clean room เท่านั้น เพื่อป้องกันฝุ่นจากตัวและผมลงไปเปื้อนกับยาน

    ATV-4 undocks from the ISS

    ภาพของยาน ATV เมื่ออยู่ในอวกาศ ซึ่งยาน ATV เป็นยานที่ไม่สามารถกลับโลกได้เมื่อเสร็จภารกิจจึงลงระดับวงโคจรลงและเผาใหม้ไปในชั้นบรรยากาศ

    Rocket Science วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่จะพาเราไปสู่ ISS

    Rocket Science เป็นศาสตร์ที่ศึกษาและสร้างแนวทางการเข้าไปสู่วงโคจรต่างๆ รวมถึงการคำนวนการนัดพบกับสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ rendezvous ซึ่งต้องใช้การคำนวนอย่างแม่นยำไม่ให้พลาดเป้า ซึ่งเมื่อพลาดแล้ว ยานนั้นจะไม่มีวันได้พบเจอกับ ISS และเป็นการสูญเปล่าของเงินที่ลงทุนไป เหมือนไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาย ยาน Progress ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรของ ISS ได้และเผาไหม้ไปในชั้นบรรยากาศในที่สุด ข่าวเก่า

    วงโคจร

    เรื่องของวงโคจรนั้นเป็นเรื่องที่ถูกอธิบายไว้ในกฏของนิวตั้นเกี่ยวกับเรื่องแรงดึงดูดระหว่างมวล พูดง่ายๆคือ วัตถุต่างๆในเอกภพจะดูดเข้าหากันและกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กะมวล วัตถุมวลใหญ่จะมีแรงดึงดูดที่มากกว่าาทำให้ดูดวัตถุมวลน้อยมาติดกับตน แต่การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์นั้นเพราะว่าโลกมี อัตราเร็วเชิงเส้นที่ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ ทำให้โลกจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วๆนั้นๆ

    สถานีอวกาศก็เช่นกันมันโคจรรอบโลกด้วยความเร็วเท่าเดิม และมันก็ต้องถูก FIX เอาไว้ด้วย! ตอนนี้ ISS โคจรอยู่บนความสูง 250 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 27,600 km/h เลขทั้งสองตัวนี้จะเกี่ยวข้องกัน

    ยิ่งใกล้พื้นโลกมากเท่าไหร่ ความเร็วก็จะเพิ่มมากเท่านั้น และในทำนองเดียวกัน เมื่ออยู่สูงเท่าไหร่ ความเร็วก็จะต่ำลง นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราสามารถทำให้ดาวเทียมลอยอยู่เหนือจุดใดจุดหนึ่งตลอดเวลาได้ คือวงโคจรค้างฟ้า (geosynchronous orbit) ซึ่งมีความสูง 35,786 กิโลเมตร นั่นทำให้ความเร็ว 11,052 km/h ซึ่งเท่ากับความเร็วที่โลกหมุนรอบตัวเอง
    ดาวเทียมดวงนั้นถึงอยู่ ณ จุดๆนั้นและ หมุนตัวเองไปพร้อมกับโลก

    Hohmann Transfer

    Hohmann Transfer เป็นเทคนิคที่ใช้ในการโอนถ่ายวงโคจรจากอีกที่ไปยังอีกที่ ด้วยการใช้เรื่องวงรีเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อเราเพิ่มความเร็วที่จุด A ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจุด B ลักษณะการโคจรจะเป็นวงรี ซึ่งจุด B' จะอยู่สูงกว่าจุด A หากต้องการให้ A และ B' สูงขึ้นไปเท่ากัน เราจึงต้องเพิ่มความเร็วอีกรอบเมื่อถึงจุด B' นั่นจะทำให้ความสูงของ A' และ B' เท่ากันนั่นเอง

    Hohmann Transfer นั้นไม่ยาก แต่! ความยากของการไป ISS อยู่ที่ว่าหลังจากการทำ Hohmann Transfer ยานอวกาศจะต้องใกล้กับ ISS ที่สุด นั่นคือการ rendezvous นั่นเอง

    โซยุส ยานอวกาศ โหดสัสรัสเซีย

    โซยุสเป็นยานเก่าแค่แต่แน่นอนของรัสเซียมาตั้งแต่สหภาพโซเวียด โซยุสถูกผลิตมาให้นำนักบินอวกาศ 3 คน ขึ้นไปบน ISS พร้อมกับยัดเสบียงไปได้อีกจำนวนหนึ่ง และกลับลงมาในแคปซูลเล็กๆที่อัดแน่นมาเหมือนปลากระป๋อง ลงจอดด้วยร่มชูชีพ และมีระบบ Soft landing ที่ทำให้การลงจอดนุ่มนวลลง ( นุ่นนวลที่ว่านี่ผมหมายถึง เปลี่ยนจากคอหักตาย มาเป็น หลังหัก หากไม่ระวัง ) ซึ่งอี Soft landing นี้จะจุดจรวดเฮือกสุดท้ายเพื่อลดความเร็วก่อนยานถึงพื้น

    Expedition 34 Soyuz Rollout (201212170012HQ)

    จรวด Soyuz ที่ถูกขนส่งมาโดยรถไฟกำลังถูกตั้งขึ้นบนแท่นปล่อย

    ยานโซยุส ขึ้นสู่วงโคจรได้ด้วย จรวดโซยุส .. เดี๋ยวๆ ไม่ได้ล้อเล่นครับ เขาตั้งชื่อยานกะจรวดเหมือนกัน -*- ซึ่งคำว่า โซยุสนี่เป็นภาษารัสเซีย เขียนว่า союз แปลว่า union หรือ สหภาพนั่นเองครับ ซึ่งในที่เคยฟังเพลงชาติรัสเซียจะมีท่อนนึงที่กล่าวว่า Братских народов союз вековой (บราทส์สิกท์ นาโรดัฟ โซยุส์ส เวโคโวฟ์ว) แปลว่า สหภาพอันยั่งยืนแห่งพี่น้องประชาชน ครับ

    Soyuz moved into vertical position

    จรวดโซยุส ที่มีฐานปล่อยอยู่ที่ทะเลทรายแห่งหนึ่งในคาซัสสถาน

    เครื่องยนต์ของยานโซยุสใช้การเผาไหม้เชื้อเพลิงจรวดด้วยออกซิเจนเหลวเหมือนกันจรวดรุ่นอื่นๆ และมี Booster ขนาบข้างไปเพื่อช่วยเร่งความเร็ว และจะสลัดออกเมื่อเชื้อเพลิงหมด

    Expedition 32 Soyuz Rocket Blessing (201207130005HQ)

    เพื่อความเป็นศิริมงคล ก่อนปล่อยทุกครั้งจึงต้องนิมนต์หลวงพ่อมาทำพิธีก่อนครับ ขอเสริมว่าผมชอบภาพนี้มาก นี่คือการใช้ศาสนาเพือยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง ไม่ใช่การใช้ความเชื่อเพื่อหลอกลวงหาผลประโยชน์ หรือการบังคับให้วิทยาศาสตร์ต้องสยบต่อความเชื่อ หรือไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แบบนี้ครับ เพราะสองสิ่งนี้สามารถไปด้วยกันได้ ศาสนาช่วยกล่อมเกลาจิตใจคน ส่วนวิทยาศาสตร์ช่วยพัฒนาสู่ความก้าวหน้าครับ

    Soyuz TMA-18 / Союз TMA-18, Expedition 23

    ภาพนี้แสดงรอยต่อระหว่างจรวดท่อนแรกกับท่อนที่สองครับ

    โซยุส จะถูกติดอยู่บนด้านบนของจรวด เมื่อจรวดทะยานขึ้นไปแล้ว ท่อนล่างจะสลัดออก ส่วนจรวดท่อนบนจะพาโซยุสขึ้นสู่วงโคจรเมื่อขึ้นแล้วฝาครอบจะเปิดออก เผยให้เห็นถึงบรรยากาศนอกยาน และพร้อมที่จำทำการ rendezvous กับ ISS ต่อไปครับ

    Launch

    เมื่อทุกอย่างพร้อม Soyuz จะทะยานขึ้นพร้อมนักบินอวกาศ 3 คน เริ่มต้นการเดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติ

    Expedition 32 Launch (201207150015HQ)

    จรวด Booster แยกตัวออกเมื่อเชื้อเพลิงหมด ก่อนที่การแยกตัวระหว่าง Stage แรกกะ Stage 2 หลังจากนั้นยานจะเริ่มเข้าสู่วงโคจร ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของยาน Soyuz แล้วครับ สำหรับการเดินทางสู้สถานีอวกาศนานาชาติครั้งนี้

    Burn orbit

    ตอนนี้ Soyuz ของเราอยู่ที่ Low Earth Parking Orbit ซึ่งเป็นวงโคจรที่เสถียรในระดับนึง คือแรง Drag จาก atmosphere น้อยทำให้ยานสามารถรักษาระดับวงโคจรได้เป็นวงกลม ไม่ตกลงสู่โลก

    Soyuz TMA-10M Spacecraft Approaches Station for Docking

    Burn 1
    การ Burn ครั้งนี้จะทำเมื่อยานเข้าสู่ วงโคจรที่เสถียรแล้วเป็นการเร่งความเร็วยานให้ขึ้นไปในวงโคจรที่สูงขึ้นอีกนิด
    Burn 2
    เมื่อเสร็จการ Burn ครั้งแรกจะต้องทำการ burn อีกคร้งเพื่อให้วงจรแบบวงรี มาเป็นวงกลมที่มีความสูงเท่ากันครับ
    Correction Burn
    หลังจาการ Burn ด้านบนเราอาจจะอยู่ในวงโคจรที่สูงไปต่ำไปหรือเบี้ยวเล็กน้อยดังนั้นจึงมีการ Correction Burn ครับเพื่อปรับให้อยู่ในวงโคจรที่ถูกต้อง

    จากนั้นเราจะทำการรอครับรอให้ Soyuz และ ISS มาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะว่า Soyuz ตอนนี้อยู่ต่ำกว่า ISS ทำให้ความเร็วโคจรไม่เท่ากัน เราจึงสามารถรอให้ Soyuz และ ISS มาทำมุมที่เหมาะสมกับครับ

    Burn 3
    คล้ายกับด้านบนแต่การ Burn ครั้งนี้จะทำเราไปสู่วงโคจรเดียวกับสถานีอวกาศนานาชาติครับ
    Burn 4
    เหมือนด้านบนอีกแล้วคือทำให้จากวงรีเป็นวงกลมครับ

    ตอนนี้สถานีอวกาศนานาชาติจะอยู่ท้ายเราเล็กน้อย แต่ก็ยังห่างไกลหลายกิโลเมตร

    Burn 5
    เนื่องจากตอนนี้เราอยู่หน้า ISS เราจึงหันยานกลับครับจากนั้น Burn อีก 1 ครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นการ burn ที่เบามากๆ ทำเพื่อให้ Soyuz ลดความเร็วลงเพียงนิดหน่อย เพื่อให้ยังอยู่ในวงโคจรของ ISS และรอให้ ISS ที่มีความเร็วมากกว่า Soyuz เล็กน้อย มาเจอกันในที่สุดครับ

    จากนั้นก็รอทำการเชื่อมต่อได้เลยครับ เราเรียกว่าการ Dock หรือเข้าท่า โดยระบบการ dock จะควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ แต่ก็สามารถสลับมาใช้ระบบมือได้ครับ เหมือนกับการเล่นเกม แต่มันไมไ่ด้ง่ายขนาดนั้นครับต้องมีการพูดคุยประสานงานกันเป็นอย่างดีกับทั้ง ISS, Soyuz และสถานีควบคุมภาคพื้นดิน สถานีต้องอยู่ในช่วงที่แสงสามารถสะท้อนได้ (สำคัญมากครับ ถ้าเป็นตอนกลางคืนเราจะมองอะไรไม่เห็นเลย) และตำแหน่งของ Solar Array จะต้องถูกบอกอย่างแน่ชัด เพื่อให้ soyuz ใช้ แผ่น Solar Array ยักษ์นี้เป็นเครื่องบอกตำแหน่งที่เห็นได้ชัดที่สุด

    Expedition 36 TMA-09M docking with the ISS

    Soyuz and Progress

    และตอนนี้ Soyuz ก็จะถูก Dock กับ ISS ในที่สุดครับ

    แต่ อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งรีบเปิดฝาไปทักทายกับใครครับเพราะแม้ว่ายานจะ Dock เข้ากับ ISS เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงในการตรวจสอบระบบล็อก ระบบความดัน และ ปรับความดันของตัว Airlock ระหว่าง ISS กับ ยาน ให้เท่ากัน ทุกอย่างห้ามผิดพลาดครับ หากเราเปิดฝาโดยที่มีอะไรผิดพลาดนั้น ISS ทั้งสถานีจะเกิดการสูญเสียความดันอย่างรุนแรงและระเบิดออก คนในนั้นไม่ต้องพูดถึงครับตายแน่นอน ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

    Expedition 32 Docking with ISS (201207170007HQ)

    หลังจากขั้นตอนที่ซับซ้อนและยาวนาน เมื่อฝาเปิดออก ทุกคนจะดีใจและเข้าไปกอดทักทายกับเพื่อนใหม่ ที่จะมาอยู่ด้วยกันครับ ไม่ใช่แค่บน ISS แต่ทีมข้างล่างก็คงจะดีใจอยู่ไม่น้อยสำหรับภารกิจนี้ที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี

    การกลับโลก

    สำหรับการกลับโลกนั้น นักบินจะเข้าไปใน Soyuz และทำการ undock ออกจากสถานี ตัวยานจะใช้ Reaction Control System ซึ่งเป็นการพ่นไอพ่นเบามากๆออกมาจากตัวยานทำให้ยานค่อยๆถอยออกจากสถานีอย่างนุ่มนวลครับ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ไอพ่นของ Soyuz ไปทำให้วงโคจรของ ISS ผิดเพี้ยนไป หรือทำให้เกิดอันตรายกับโครงสร้างของ ISS ครับ

    Soyuz TMA-13M undocks from MRM1

    การกลับโลกนั้นไม่ยากครับ ไม่ต้องคิดอะไรมากเราเพียงลดความเร็ว หรือทำการพ่นไอพ่นไปในทางตรงกันข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ครับ นั่นจะทำให้ความสูงของการโคจรค่อยๆลดลงและตกลงสู่พื้นโลกมากที่สุด

    Soyuz เท่าที่เราเห็นจะมี 3 แต่จะมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่ได้กลับโลก ส่วนนั้นคือส่วนที่นักบินอวกาศนั่งขึ้นไปตอนแรกครับเรียกว่า Reentry Capsule

    Cygnus Reentry

    ส่วนอื่นๆจะถูกเผาไหม้ไปบนชั้นบรรยากาศ มีแต่ส่วนของ Capsule ที่ได้กลับโลก
    เมื่อเข้าสู่โลกแล้วร่มช่วยพยุงจะดึงร่มหลักให้กางออก และลดความเร็วลงครับ

    Expedition 42 Soyuz TMA-14M Landing (201503120114HQ)

    ระหว่างนี้ทีมภาคพื้นดินก็จะวุ่นวายอยู่กับการ Track ยานว่าจะลงจอดที่จุดไหนและทำการส่งหน่วยเก็บกู้ไปรอรับครับ ซึ่งส่วนมากจุดตกจะอยู่กลางทะเลทรายไม่ไกลจากฐานปล่อยเท่าไหร่ ผู้ไม่เกี่ยวข้องจะถูกกันออกขบวนรถหลายสิบคัน และเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำจะบินรอการลงจอดของยานครับ

    Soyuz TMA-17 Lands

    เหมือนที่ผมอธิบายไป ระบบ soft landing เป็นไอพ่นเฮือกสุดท้ายที่จะพ่นออกมาเพื่อลดความเร็วลงเพื่อให้การลงจอดนุ่มนวล อย่างไรก็ตามมันก็ยังรุนแรงพอครับ สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือเอามือกอดอก ร่างกายให้แนบไปกะเบาะที่นั่ง หรือแม้กระทั่งลิ้นในปากก็ต้องทำการดันเพดานปากไว้ เมื่อไม่ให้ลิ้นไปอยู่ระหว่างฟันบนและล่าง ซึ่งแรงกระแทกขนาดนั้นสามารถทำให้ฟันทั้งบนและล่างกระทบกันแล้วไปกัดลิ้นได้รับบาดเจ็บได้

    jsc2006e42732

    jsc2007e19323

    เมื่อฝายานถูกเปิดออกนักบินอวกาศผู้อยู่ในอวกาศมากว่า 1 ปีจะยังไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเองครับ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ยังไม่ชินกับการเดินบนโลก ดังนั้นเราจึงต้องทำการอุ้มออกมา มีผ้าห่มให้ เผื่อยังไม่สามารถปรับสภาพร่างกายได้ และมานั่งรวมกันเพื่อถ่ายรูปรับดอกไม้เป็นที่ระลึก และอาจมีการพูดคุยเล็กๆน้อยๆ กับนักข่าวครับ

    เป็นการสิ้นสุดภารกิจสำหรับการเดินทาง 1 เที่ยวไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ นอกจากที่ผมเขียนแล้วยังมีข้อมูลอีกมากมายหลายเทระไบต์ ที่ต้องถูกคำนวน และจัดทำอย่างแม่นยำที่สุด เพราะนอกเหนือจากการพัฒนาด้านวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ชีวิตของเพื่อนมนุษย์ก็เป็นเรื่องสำคัญ คนพวกนี้ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อการพัฒนาโลกของเรา ทำให้เกิดการค้นพบวิทยาการใหม่ๆ

    อีกหลายปีต่อไปเราอาจจะเริ่มต้นการเดินทางสู่ดาวอังคาร หรือดาวดวงอื่นๆในเอกภพ ซึ่งนับว่ายากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า แต่ก็อย่าหมดหวังครับ
    เพราะเมื่อหลายพันปีที่แล้วคนเราทำได้เพียงแต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและตั้งคำถามต่างๆนาๆ แต่วันนี้เราสามารถสัมผัสมัน เล่นกับมัน และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นครับ

    “จงแหงนหน้าเผชิญดวงดาว อย่าเพียงก้มมองเท้าตนเอง”

    Stephen Hawkings

    รูปภาพทั้งหมดในบทความ เมื่อคลิกจะนำทางไปสู่ Flickr ของช่างภาพเจ้าของรูป ซึ่งทุกท่านได้ให้สิทธ์ในการเผยแพร่ด้วย HTML โดยอ้างแหล่งที่มา และไม่หวังผลกำไร ภายใต้ ข้อสัญญา ครีเอทีฟคอมมอนส์ รายละเอียด คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข้อตกลง โดย Nutn0n.com ไม่ได้เป็นผู้ถือสิทธ์ หรือเจ้าของ ขออ้างสิทธ์ของภาพให้แก่เจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

    *ข้อมูลด้านบนเป็นการอธิบายอิงตามความเข้าใจของผู้เขียน การแบ่งแยกประเภทและหมวดหมู่ อาจไม่ตรงกับการอ้างอิงอย่างเป็นทางการ