/ Story

ความหมายที่ซ่อนในวินนีเดอะพูห์และคริสโตเฟอร์ โรบิน

กาลครั้งหนึ่ง ณ วันสุดท้ายของฤดูร้อนอันแสนสุข
มีเด็กผู้ชายกับลูกหมีน้อย เด็กชาย ซึ่งจะได้พบในอีกสักครู่ เขาชื่อคริสโตเฟอร์ โรบิน ส่วนลูกหมีมีชื่อว่า วินนี่ เดอะ พูห์ เขาทั้งสองเคยร่วมผจญภัยกันมากมาย ในสถานที่อันน่าจดจำ ในป่าที่เรียกกันว่าป่าร้อยเอเคอร์ เสียงของผู้บรรยายที่คุ้นเคยเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่หนังสือเรื่อง Winnie the Pooh ถูกเปิดขึ้น

เรื่องราวของเด็กชายที่ชื่อว่า คริสโตเฟอร์ โรบิน กับสัตว์ในจินตนาการของเขาเริ่มต้นขึ้น ตอนแล้วตอนเล่า แต่ละตอนมีเรื่องราวที่น่าสนุกและน่าจดจำมากมาย เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับว่ามันจะไม่มีวันจบสิ้น

อยากจะร้องเรียกเธอ…ตลอดไป
และเธอก็คงจะขานตอบทุกครั้งไป
และเราจะเป็นเพื่อนกัน
และเธอมีฉันชิดใกล้
เนิ่นนานไปไม่มีคลาย

คริสโตเฟอร์ โรบิน กับเพื่อน ๆ สัตว์ของเขาอาศัยอยู่ในป่าร้อยเอเคอร์ ป่าอันแสนกว้างใหญ่ มีสถานที่ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่า ภูเขา ต้นไม้ ลำธาร ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเรื่องน่าสนใจซ่อนอยู่ ณ ทุกพื้นที่ บ้านของสัตว์ต่าง ๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ซึ่งล้วนแล้วแต่แสดงลักษณะนิสัยของสัตว์เหล่านั้น พูห์ อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ ใต้คำว่า Mr. Sanders ส่วนบ้านของพิกเล็ตอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ แรบบิทนั้นชอบใช้เวลาไปกับการทำสวนของเขา ส่วนทิกเกอร์ก็มีบ้านอยู่บนต้นไม้ และอุปกรณ์สำหรับช่วยในการกระโดด

อียอร์เลือกที่จะสร้างบ้านง่าย ๆ ด้วยท่อนไม้และอาศัยอยู่ในนั้น คุณนายแคงก้าและรูห์อยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็ก ๆ ใต้ต้นไม้ และสุดท้ายคือบ้านลุงฮูก ที่อยู่บนต้นไม้ มีหนังสือและตำราต่าง ๆ มากมาย

รู้มั้ย คริสโตเฟอร์ โรบิ้น
ฉันอยากจะเก็บน้ำผึ้งไว้ให้เธอนะ
แต่ในเมื่อเราอยู่ด้วยกัน
ถ้าหากฉันกินน้ำผึ้งแค่นิดเดียว
เธอก็ได้แบ่งนิดเดียวใช่มั้ย
เพื่อให้แฟร์ต่อเราทั้งสอง
ฉันควรกินเพิ่มเป็นสองเท่า

ดังที่กล่าวไปพวกเขาร่วมผจญภัยกันมามากมาย ราวกับว่าสถานที่แห่งความทรงจำแห่งนี้จะอยู่ตลอดไป แต่เรื่องราวก็ดำเนินมาจนถึงตอนที่คริสโตเฟอร์ โรบิน เริ่มปรากฏให้เห็นน้อยลง

ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน
ฉันไม่ได้ไปไหนไกล
แค่ไปโรงเรียน
บ่ายวันนี้จะกลับมา
กินน้ำผึ้งไปพลาง ๆ แล้วกัน

คริสโตเฟอร์ โรบิน บอกวินนี่ เดอะ พูห์ ว่าเราอาจจะไม่ได้อยู่เล่นด้วยกันตลอดไป แต่ก็ไม่ต้องห่วง บ่ายก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันเช่นเดิม

เมื่อคริสโตเฟอร์ โรบิน โตขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าเวลาที่พวกจะกลับมาเล่นกับบรรดาเพื่อน ๆ สัตว์ในป่าร้อยเอเคอร์ ก็ลดลงไป แต่เราก็ยังได้เห็นเขากลับมา เขากลับมาเรื่อย ๆ เสมอ เป็นเช่นนี้มา ไม่มีตอนไหนที่เราจะไม่ได้เห็น คริสโตเฟอร์ โรบิน กลับมาหาสัตว์ที่เขารัก

นายกล้าหาญกว่าที่นายเชื่อ
และแข็งแรงกว่าที่นายเห็น
และฉลาดกว่าที่นายคิด
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ…
ถึงแม้เราอยู่ห่างกัน
ฉันก็จะอยู่กับนายเสมอ
ฉันจะอยู่กับนายเสมอ
อยู่กับนายเสมอ

นี่เป็นเรื่องราวที่เข้าใจง่าย เช่นเดียวกับการ์ตูนอีกหลายเรื่อง แต่จริง ๆ แล้ว วินนี่ เดอะ พูห์ เป็นเรื่องราวที่ทับซ้อนกันในมิติของจินตนาการ กับโลกแห่งความเป็นจริง

A. A. Milne พ่อของเด็กชาย Christopher Robin Milne ได้เขียนเรื่องราวของตุ๊กตาสัตว์ของเล่นกับลูกชายของเขา ที่เกิดขึ้นในจินตนาการ เรื่องราวแต่ละตอน มีความสนุกสนาน และเป็นการผจญภัยที่น่าจดจำ

การทับซ้อนของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในป่าร้อยเอเคอร์ สามารถอธิบายเรื่องการไปโรงเรียนของคริสโต เฟอร์โรบิน ได้ดี ทุกครั้งที่เรื่องราวใกล้จะจบลง คริสโตเฟอร์ โรบิน กล่าวกับเพื่อนของเขาว่า "ฉันต้องไปโรงเรียน" พร้อมกับใบหน้าที่ดูกังวล ราวกับไม่อยากจะออกไปจากสถานที่ในจินตนาการแห่งนี้ "สัญญานะ ว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม" แต่อย่างน้อย เขาก็มั่นใจว่าเมื่อเขากลับมา เพื่อน ๆ ของเขาจะไม่หายไปไหน แต่จะรออยู่ที่นี่ ณ ตรงนี้ จุดที่เรื่องราวทุกอย่างเกินขึ้น และมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

แนวคิดการมีอยู่ของป่าร้อยเอเคอร์ในจินตนาการนี้ ชัดเจนขึ้นเมื่อ Disney เลือกที่จะนำพวกเขากลับมาเล่าให้เราฟังในปี 2011 ภายใต้ชื่อว่า Winnie the Pooh

เช่นเดียวกับ คริสโตเฟอร์ โรบิน เชื่อว่าหลายคนที่มี วินนี่ เดอะ พูห์ เป็นเพื่อนในจินตนาการ ก็คงเติบโต และไม่มีเวลาที่จะย้อนกลับไปหาสิ่งเหล่านั้น ต้องขอบคุณ Disney ที่พาเรื่องราวต่าง ๆ กลับมาหาเราอีกครั้ง

Oh simple thing where have you gone?
I'm getting old and I need something to rely on
So tell me when you're gonna let me in
I'm getting tired and I need somewhere to begin

โอ้ความคิดในวัยเยาว์เจ้าอยู่ไหน

ยังห่วงใยยังโหยหายังคิดถึง

เมื่อเติบใหญ่จิตช่างเหงาน่ารำพึง

หวังเพียงหนึ่งสถานที่เฝ้าปลอบโยน

And if you have a minute why don't we go
Talk about it somewhere only we know?
This could be the end of everything
So why don't we go ..
Somewhere only we know?

หากเหนื่อยล้าปัจจุบันอันผันเปลี่ยน

ขอจงเลี่ยงหาเวลามาสุขสันต์

ในที่ที่เคยเจ้าเคยอยู่ทุกคืนวัน

ที่แห่งฝันความทรงจำนิรันดร์กาล

Disney เลือกใช้เพลง Somewhere only we know มาดึงพวกเรากลับไปยังสถานที่แห่งนั้นอีก สถานที่ที่ไม่เคยมีอยู่จริง แต่กลับปรากฏชัดเจนในควาทรงจำอย่างน่าประหลาด ในสถานที่ที่ชื่อว่า ป่าร้อยเอเคคอร์

ป่าร้อยเอเคอร์และเรื่องราวของ วินนี่ เดอะ พูห์ น่าจะเป็นเรื่องราวในจินตนาการที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ไม่มีอยู่จริง แต่สามารถสัมผัสได้ ด้วยการกลับไปย้อนมองความคิดในวัยเด็กที่เคยเกิดขึ้น

ตอนเด็ก เราอาจจะไม่เข้าใจแนวคิดอันทรงพลังเหล่านี้ แต่ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์ ที่ผู้แต่งเลือกที่จะให้เราค้นพบความลับของเรื่องราวนี้ด้วยตนเองเมื่อเราโตขึ้น

เมื่อเจอเรื่องที่ทำให้เศร้า รู้สึกเหงา อ้างว้าง โปรดจำไว้ว่าที่แห่งนี้ยังมีอยู่ในจินตนาการเสมอ รอให้เรากลับมา และจะเป็นเช่นนี้ ตลอดไป

"พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปเรียนอีก"

"ไปอีกเหรอ?! แล้วฉันจะตามเธอเจอมั้ย"

"ไม่ ฉันแค่ไปโรงเรียน แล้วก็กลับมา ถ้าหากนายยังอยู่นี่ สัญญานะว่านายจะอยู่ที่นี่ ตลอดไป ถึงฉันอายุร้อยปี"

"ตอนนั้นฉันจะอายุเท่าไหร่"

"99"

คำพูดของคริสโตเฟอร์ โรบิน ที่บอก พูห์ ในทุกตอนจบของนิทาน หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร

“If you live to be a hundred, I want to live to be …
a hundred minus one day so I never have to live without you.” - Winnie the Pooh

นี่คือเฉลยของคำตอบนั้น หากเธออยู่ถึงร้อยปี ฉันก็จะขออยู่หนึ่งร้อยปีลบหนึ่งวัน เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่โดยที่ไม่มีเธอ

"เราจะปล่อยพวกเขาไว้ ณ ตรงนี้
และที่นี่เราจะได้พบพวกเขาอีก
สำหรับเด็กผู้ชายกับลูกหมี
ที่อยู่ด้วยกันเสมอ
ในสถานที่อันน่าจดจำ
ในป่าที่เรียกกันว่าป่าร้อยเอเคอร์"

ผู้บรรยายกล่าว ก่อนที่หนังสือจะถูกปิดลง และรอการเปิดอ่านอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดไปไม่มีวันจบสิ้น