/ Apple

Unbox & Review : Apple Magic mouse 2

หลังจากการตัดสินใจที่ยาวนาน ในที่สุดความสามารถในการชักจูงอันประมาณค่าไม่ได้ของ Apple ก็สามารถทำให้ผมกดกดซื้อ Apple Magic Mouse มาได้ ซึ่งตอนแรกเล็งไว้ว่าจะซื้อแต่ก็สองจิตสองใจ เพราะเคยใช้ Magic Mouse 1st gen มาแล้วหลายปี แต่ด้วยอายุของมันก็ทำให้มันเสียไปแล้ว ( Optical ไม่ทำงาน ) แต่สุดท้ายพอได้เงินมาจากการทำเว็บรอบล่าสุด ก็เกิดความร้อนใจ และกดซื้อมันมาแบบงงๆในที่สุด

ตอนแรกที่เห็น Magic Mouse 2 คือตอนอยู่ค่าย สอวน. ที่ ม.เกษตร ปกติเวลา Apple เปิดสินค้าจะนั่งดูคนเดียว (ไม่นับตอนไป event ของ MacThai) แต่ที่ค่ายนี่นั่งดูอยู่กะน้อง ซี @thetkpark ซึงนี่ก็ปั่นจังเลย ว่าน่าซื้อ ... (สุดท้ายตัวเองซื้อก่อนมันอีก) ตอนนั้นก็ถามตัวเองนะว่ารับได้มั้ยที่ราคาแพงขึ้น ( ราคา gen แรก 2,390 THB ) แต่ฟีเจอร์ไม่ต่างจากเดิมนอกจากชาร์จแบตได้ ไม่ต้องเปลี่ยนถ่าน คำตอบจาก inner ภายในคือ "เวลาซื้อ Apple Products ก็ไม่ต้องสนใจหรอก เอาตามความรู้สึกล้วนๆ" อืมม ครับ ตามนั้น ซื้อก็ซื้อ อย่างน้อยก็ทำให้ตัวเองได้กลับไปใช้ mouse อีกครั้งหลังจากที่นั่งเอานิ้วเขี่ย Trackpad ทำ Photoshop มาหลายเดือน (ซึ่งก็ไม่ได้แย่ ถ้าใช้เมาส์จะเร็วกว่า)

อ่อ อีกเรื่องคือดีใจกะ พี่นัทมอส @nutmos ที่ได้เมาส์ใหม่หลังจากเชียร์พี่แกให้ซื้อมาหลายปี ( แต่พี่แกดันซื้อ gen แรกนี่สิ .. อ่าว -_- )

Let's review

ในที่สุดวันนี้ ( Nov 4, 15 ) ของก็มาส่งหลังจากที่สั่งไปประมาณ 4 วันผ่านทาง UPS

IMG_20151104_171754

กล่องนี่มาอย่างสวย คือถ้าใครจำกล่อง gen แรกได้ มันจะเป็นแบบคล้ายๆ iPod หรือ iPhone 5c ซึ่งถ้าเราเอาของออกจากกล่องแล้วมันจะโชว์ไม่ได้ เพราะเห็นเป็นกล่องเปล่าๆ Apple ก็เลยเอาใจพวกชอบอวดด้วยการใช้กล่องทึบแล้วปริ้นรูป Mouse ไว้ข้างบนแทน อืมม ดีครับดี แค่กล่องก็ผ่านแล้ว

IMG_20151104_171838

เปิดมานี่แบบ เห้ยย กล่องตื้นมาก (นี่รีวิวกล่องป่ะเนีย) เห็น Magic mouse นอนอยู่ ไม่มีเทปหรือแผ่นอะคริลิกติดมาเหมือน gen แรก หยิบขึ้นมาใช้ได้เลย

IMG_20151104_171911
IMG_20151104_171848

ของข้างในก็ไม่มีอะไรมาก แพงแทบตายให้มาแค่สายชาร์จ Lightning อันเดียว ซึ่งผมว่าก็บุญเท่าไหร่แล้วที่ไม่ต้องซื้อแยก ไม่มี Apple Stickers ให้นะครับ Magic Mouse นี้

IMG_20151104_172007

แล้วก็ คู่มือเป็นภาษาไทยนะครับ ยังไม่ได้อ่านเหมือนกันว่าเขียนว่าไงบ้าง แต่ลองเปิดผ่านๆก็จะเป็นการแนะนำทั่วๆไป ไว้ว่างๆค่อยหยิบมาอ่าน ส่วนด้านหลังจะเป็นใบรับประกัน

เทียบกับ Gen แรก

ลองวางเทียบกัน gen เก่านี่แทบแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนของใหม่ อันไหนของเก่า ถ้าไม่ดูจากรอยขีดข่วนจากการใช้งานนี่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันครับ

IMG_20151104_172151

ไม่อยากจะบอกว่าเหมือนเดิมทุกประการ แต่มีความแตกต่างกันตรงด้านล่างที่ตรงรุ่นใหม่จะเปลี่ยนเป็น Lightning และเอารังถ่านกากๆทิ้งไป รวมถึงเอาหลอด LED ทิ้งไปด้วย (เล่นไม่ให้บอกกันเลยว่าชาร์ตเต็มหรือยัง) อีกจุดก็คือ Apple logo ที่เปลี่ยนสีจากสีขาวอลูมิเนียม มาเป็นสีดำด้านให้เข้ากับตัว contact surface ของเมาส์

IMG_20151104_180450

แล้วก็ด้วยความที่ว่ามันไม่มีรังถ่านกากๆ ทำให้เวลาเราเขย่าเมาส์ หรือสะบัดเมาส์ (ที่หลายๆคนชอบทำ) แล้วเราจะไม่ได้ยินเสียงเลย เวลาเอาเมาส์เคาะกับโต๊ะจะไมมีเสียง กริ้งๆ ที่มาจากอลูมิเนียมกระทบกันให้รำคาญหู แต่จะได้ยินเสียง ปักๆ ( ลองเอาไอโฟนเคาะๆบนโต๊ะดู จะได้เสียงแบบนั้น ) ซึ่งโอเค มันดูผู้ดีขึ้น แล้วเท่าที่ผมลองใช้มา เสียงตรง contact surface มันรู้สึกเบากว่ารุ่นก่อน (อันนี้ไม่ได้คิดไปเอง) แต่ไม่แน่ใจว่าพอใช้ไปนานๆวัสดุที่ใช้เคลือบจะหลุดออกมาแล้วกลายเป็นเสียงเหมือนแบบเดิมมั้ย อันนี้ต้องใช้ไปนานๆอาจจะมีบ้างแหละ

IMG_20151104_172129

จริงๆมันก็ดูเรียบขึ้นนะ ถือว่าโอเคเลยแต่ว่าตรง lense optical นั้นยังบุ๋มลงไปเหมือนเดิม ไม่ได้มีกระจกหรืออะไรมากันเอาไว้ ส่วนพอร์ตชาร์จนี่ ไม่แน่ใจว่าถ้าคนใช้เป็นพวกโสโคตรสะสมฝุ่นบนโต๊ะทำงานแล้วฝุ่นมันจะเข้าไปติดในพอร์ตได้ง่ายๆรึเปล่า

การต่อสายที่มีแต่คนด่า

สิ่งที่คนด่าเกี่ยวกับเมาส์ตัวนี้น่าจะเป็นเรื่องการวางพอร์ตชาร์จไว้ที่ข้างล่างของเมาส์ ทำให้เวลาชาร์จต้องคว่ำเมาส์หรือตะแคงเล็กน้อย คนเลยมองว่า Apple ทำอะไรเนีย น่าเกลียดที่สุด

แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรทำนะ เพราะว่าแน่นอน Mouse เป็นสิ่งที่ควรทำงานอย่างไร้สาย หากเอาที่ชาร์จไว้ตรงอื่นที่สามารถใช้งานในขณะที่กำลังชาร์จได้ เราก็จะเห็นคนชาร์จไปเล่นไปเต็มไปหมด แล้วก็ไม่รู่ว่า Apple จะทำเป็นไร้สายมาเพื่ออะไร และเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี Apple จึงเลือกว่า User ไม่ควรสามารถชาร์จแบตขณะกำลังใช้งานได้ ซึงต่างจากอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Trackpad หรือ Keyboard เพราะว่ามันเป็นของที่วางอยู่นิ่งๆ การต่อสายทิ้งเอาไว้จึงดูไม่น่าเกลียดมากและไม่เกะกะเพราะไม่ต้องลากไปลากมา

IMG_20151104_180611

โอเคก็ต่อมันแบบนี้แหละ ผมว่าก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไร เพราะนานๆจะชาร์จทีอยู่แล้ว //แต่ก็แอบเสียดายที่ Apple ไม่ทำชาร์จไร้สาย ผมว่าที่น่าเกลียดก็คือสายนี่สิ คือแบบ... เห้ย มันยาวไปป่ะ ?

IMG_20151104_180632

แต่ก็แหละ มันไม่ได้ชาร์จบ่อยๆอยู่แหละ เก็บไว้ใช้กะ iPhone, iPad บ้างก็ได้เนอะ อ่อ แล้วก็ผมลองเอาสาย lightning ของ 3rd Party มาใช้พบว่าสามารถใช้งานได้ ถ้าสายแบบไหนมี LED ที่บอกได้ว่าเต็มแล้วมันก็ทำงานเหมือนปกติ สามารถบอกได้ว่าแบตเต็มแล้ว

ซอฟแวร์และการทำงานเหมือนเดิมทุกประการ

Screen Shot 2558-11-04 at 9.34.50 PM

ไม่ต้องถามเรื่องซอฟแวร์ เพราะมันใช้ซอฟแวร์ตัวเดิม และการทำงานก็เหมือนเดิมทุกประการ ไม่มี force touch ไม่มี กลไกลการคลิกแบบใหม่ เหมือน butterfly cap ของ Keyboard รุ่นใหม่ ถ้าใครที่เคยใช้แล้วหรือกำลังใช้ Magic mouse 1 อยู่ก็คิดซะว่ากำลังใช้รุ่นใหม่ตัวนี้อยู่ก็ได้ครับ

ใช้ 1st gen อยู่ อยากเท่บ้างทำไง ?

แนะนำว่าของเก่าใครที่ยังไม่พังก็ไม่ต้องซื้อใหม่ให้เปลืองเงินหรอกครับ เก็บเงินไว้ซื้ออย่างอื่นเล่นๆดีกว่า iPod shuffle ซักตัวยังดูมีประโยชน์กว่าหากจะซื้อมาเพื่อแค่อยากได้รุ่นใหม่

ถ้าใครเบื่อๆก็หา gadget เสริมมาเล่นดีกว่าครับ

ผมแนะนำตัวนี้เลย หากใครใช้ gen แรกอยู่ มันจะเป็นที่วาง พอวางแล้วเมาส์จะชาร์จแบบไร้สาย คือเขาจะให้มาสองชิ้นคือ แบต(ที่มีตัวรับไร้สาย แล้วใส่ช่องรังถ่านได้พอดี) กับฐานตั้ง

ตัวนี้ผมเคยเห็น iStudio เอาเข้ามาขายอยู่นะครับ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังขายอยู่มั้ย ถ้าใครสนใจลอง search ชื่อดูครับ มันชื่อ Mobee Magic Charger for Apple Magic Mouse.

สรุป

คนที่จะซื้อควรจะเป็น

  • คนที่ไม่เคยใช้และอยากลองใช้
  • คนที่ Magic mouse รุ่นแรกพัง

ถ้าใครยังมี Magic mouse ที่ยังใช้การได้ดีอยู่ก็เก็บเงินไว้่ก่อนดีกว่าครับ เพราะว่ามันไม่ได้มีฟีเจอร์อะใหม่ๆเลย ก่อนจะจบก็ขอจิกกันเล็กๆน้อยๆนิดนึงว่า Mouse Apple 1 อันนี่ ราคาเท่ากับเมาส์ Microsoft 10 อันเลยนะครับ ถถถถ