เทคนิคเรียก Grab ยังไงให้ได้รถหรูในราคาถูกที่สุด แม้จะรถติดก็สบาย

ไหน ๆ ก็เสียเงินเรียกรถแล้ว ถ้าจ่ายเพิ่มอีกนิดนึงแต่อัพเกรดรถที่นั่งจากรถบ้านธรรมดาให้กลายเป็นรถหรูนั่งสบาย รถติดแค่ไหนก็ไม่ต้องห่วงก็คงดีใช่ไหมครับ

หลังจากที่ Uber ได้บอกลาประเทศไทยอย่างเป็นทางการไปในช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา ชีวิตของผมที่เคยผูกไว้กับ Uber ตั้งแต่มาเปิดให้บริการช่วงปี 2014 ก็กลายเป็นต้องมาฝากชีวิตไว้กับ Grab แทน ซึ่งถามว่าจริง ๆ แล้ว Grab ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ถ้าไม่ติดว่าชอบความเป็น Global Brand ของมัน (ตอนที่ไปอเมริกาแล้วได้เรียก Uber อีกครั้งนี่ดีใจมาก ไปหวีดให้คุณคนขับฟัง) ผมเป็นคนนึงที่เรียกได้ว่าแทบจะนั่ง Grab ทุกวัน ไม่ว่าจะไปเรียน ไปรถไฟฟ้า หรือกลับบ้าน หรือแม้กระทั่งเดี๋ยวนี้พอ Grab Food เริ่มรับบัตรเครดิต วันหยุดทีไรก็จะต้องสั่ง Grab Food มากินทุกครั้ง และด้วยความที่ผมไม่มีออฟฟิศทำให้การส่งเอกสารเป็นเรื่องสำคัญมาก ก็ได้ Grab Express มาช่วยอีก

เหตุผลที่หลายคนใช้ Grab ก็น่าจะมาจากการไม่ต้องจ่ายเงินสดครับ ตัดจากบัตรเครดิตได้เลย ซึ่งตรงนี้พอไปนั่งแท็กซี่ธรรมดาทำให้ลืมจ่ายเงินหลายรอบมาก และข้อดีอีกอย่างก็คือ Grab นั้นกำหนดปีของรถที่จะมาวิ่งให้มีอายุอยู่ที่ไม่เกิน 5 ปี ทำให้เราจะได้นั่งรถที่ใหม่อยู่เสมอ รวมถึงคนขับที่สามารถยืนยันตัวตนได้ ค่อนข้างปลอดภัย

4

เหตุผลด้านรถยนต์นั้นก็เป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะถ้าเราจะต้องเผชิญกับรถติดในกรุงเทพ เราก็คงอยากนั่งบนรถแอร์เย็น ๆ สบาย ๆ เก็บเสียงความวุ่นวายจากข้างนอกใช่ไหมครับ หลายคนอาจจะเบื่อนั่งรถบ้านธรรมดา ๆ แล้ว อยากลองเปลี่ยนมานั่งรถระดับราคาหลักล้านดูบ้างซึ่ง Grab Car เองก็เข้ามาตอบโจทย์ส่วนนี้มาก ๆ

แต่ก่อนอื่นเรามาดูบริการที่ Grab มีให้กันก่อนว่าทุกวันนี้เราสามารถกดเรียก Grab แบบไหนได้บ้าง

  • Just Grab - เรียกรถบ้านธรรมดา ๆ หรือแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด
  • Grab Car - เหมือนข้างบน (แพงกว่า 5-10 บาท) แต่จะได้เฉพาะรถบ้านเท่านั้น ไม่ได้รถแท็กซี่
  • GrabBike - เรียกมอเตอร์ไซค์ อาจจะได้แบบวินหรือแบบมอเตอร์ไซค์บ้านก็ได้ ไม่สามารถเลือกได้
  • Grab Van - เรียกรถตู้
  • Grab Assits - อันนี้จะเหมือน Grab Car แต่คนขับจะลงมาช่วยเหลือ เพราะบริการนี้สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่นผู้สูงอายุหรือผู้ที่นั่งรถเข็น อาจจะได้เป็นรถที่สามารถพับรถเข็นขึ้นไปได้ และราคาเท่ากับ Grab Car เลยครับ พูดง่าย ๆ คือไม่ชาร์จค่าบริการเพิ่ม
  • Grab SUV - สำหรับเรียกรถ SUV เช่น Fortuner หรือ CRV
  • Grab Car Plus - เรียกรถยนต์ที่ดีขึ้นมาหน่อย เช่น Accord, Teana หรือ SUV ต่าง ๆ ก็จะรวมอยู่ในนี้ด้วย
  • GrabCar Luxe - เรียกรถยนต์หรู เช่น Alphard, BMW, Mercedes-Benz ต่าง ๆ

เยอะแยะไปหมดเลยใช่ไหมครับ ตรงนี้อาจจะงงว่าสรุปแล้วถ้าอยากนั่งรถดี ๆ ก็ต้องเรียกระดับ Plus หรือ Premium เท่านั้น ซึ่งแค่ชื่อก็ฟังดูแพงกันแล้ว แต่เรามาลองจัดอันดับบริการของ Grab ตามกลุ่มราคากันก่อนครับ

ระดับธรรมดา - Just Grab, Grab Car
ระดับแอบแพง - Grab Car Plus, Grab SUV (เรียกระดับนี้ว่า Premium)
ระดับแพงโคตร - GrabCar Luxe

ซึ่งตารางราคานี้ก็จะมาจากความแพงของรถครับ และถ้ามาดูจากวิธีการให้บริการของ Grab เราจะพบว่า Grab นั้นยอมให้รถที่ระดับแพงกว่า สามารถมารับงานที่ถูกกว่าได้ เช่น Fortuner สามารถรับงาน Grab Car หรือ Just Grab ได้ แต่ Honda City จะไม่สามารถไปรับงาน Grab Car Plus ได้ ทำให้บางโอกาส ถ้าเรากดเรียก Grab Car เราจะพบว่าเราอาจจะได้รถดี ๆ อย่าง Fortuner, Accord หรือแม้กระทั่ง Alphard มารับเราได้ (อันนี้ต้องพึ่งโชคครับ) เพราะได้มาจากการ "สุ่ม" นั่นเอง ปกติแล้ว Grab จะมีโควต้าให้เรากดยกเลิกได้ไม่กี่ครั้ง ดังนั้นไม่แนะนำให้ยกเลิกสุ่มใหม่จนกว่าจะได้รถที่อยากได้นะครับ เพราะระบบจะจับได้ แล้วทำให้เราได้รถยากขึ้นนั่นเอง

5

Grab Car Plus กับ SUV ต่างกันยังไง

ถามว่า แล้วทำยังไงถึงจะได้รถที่ดี ๆ ชัวร์ ๆ คำตอบก็คือ Grab Car Plus กับ Grab SUV ครับ สองตัวนี้ราคาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ต่างกันแค่หลักห้าบาทสิบบาท แต่ถ้ากดแล้วระบบจะคิดแบบนี้ครับ

ถ้ากด Grab Car Plus โอกาสที่เราจะได้มีทั้งรถซีดานหรู Accord, Camry กับ SUV
ในขณะที่ถ้ากด Grab Car SUV เราจะได้เฉพาะ SUV อย่าง Fortuner, Pajero, CRV จะไม่ได้รถซีดาน อันนี้ใครมีของเยอะก็น่าจะชอบครับ เรียกไปสนามบินนี่กระเป๋าใบใหญ่ ๆ สบาย

ซึ่งทั้งสองอันนี้จะเพิ่มมาจาก Grab Car ปกติเยอะอยู่ครับ แต่แลกกับความสบาย จริงอยู่ที่ว่าจะรถกี่ล้านแต่อยู่ในกรุงเทพก็ติดเหมือนกันหมด แต่ว่าเราเลือกได้แล้วกันว่าจะติดอยู่ใน Brio หรือ Accord ครับ

ตัวอย่าง Grab Car Plus ที่ผมเคยเรียกได้เรียกจากบ่อยสุดไปน้อยสุด - Fortuner, Camry, Accord, HRV, CRV, Innova, Alphard โดย Grab Car Plus ที่ดีที่สุดที่เคยได้คือ Mercedes-Benz C250 ครับ

3
2

Grab Car Luxe บริการตัวท็อปของ Grab Car

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Grab เพิ่งปิดตัวบริการใหม่ในชื่อ Grab Car Luxe ซึ่งอันนี้เป็นบริการที่ทำให้เราสามารถเรียกรถยนต์หรูได้ ถามว่าหรูขนาดไหน ทาง Grab มีกำหนดเป็นรุ่น ๆ มาเลย เช่น BMW Series 3, 4, 5, 7 และตระกูล X ทั้งหลาย, Poreche ตระกูล Cayenne หรือยี่ห้อแพง ๆ อื่น ๆ เช่น Audi Volvo ที่เป็นรุ่นใหม่ ๆ เท่านั้น (ไม่ต้องกลัวเรียกแล้วได้ Volvo รุ่นคุณปู่) ซึ่ง Tesla Model S แม้จะไม่จัดอยู่ในรถหรูมาก แต่ก็อยู่ในบริการ Luxe นี้ด้วย

8
1

คำถามก็คือแล้วมันแพงไหม ตอบได้เลยว่าแพงโคตรครับ แต่ด้วยความที่คนอาจจะไม่ค่อยได้ใช้ ทำให้ Grab มีโปรของบริการนี้มาในรูปแบบของ Promocode ให้บ่อยมาก แถมลดกันทีก็ระดับ 300 บาท หรือลด 50% ไปเลย เดินทางในโอกาสพิเศษพอได้อยู่ครับ

ส่วนตัวผมเคยเรียก GrabCar Luxe จากจุฬาฝั่งถนนบรรทัดทอง ไปที่ Central World ช่วงตอน 5 โมงวันศุกร์รถติด ๆ นี่แหละครับ เดินทางครึ่งชั่วโมงนิด ๆ รถติดมาก แต่จ่ายเพียงแค่ 120 บาทเท่านั้น รถยนต์ที่นั่งวันนั้นเป็น Volvo S20 ครับ แม้จะไม่หรูมาก แต่นั่งสบาย แอร์เย็น มีที่ชาร์จไฟให้หลังรถ และคนขับก็สุภาพมาก ๆ ไม่เสียอารมณ์จากรถติดเลย

โปรโมชั่นช่วยได้เยอะ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเรียก Grab ในระดับ Premium ขึ้นไป ก็คือโปรโมชั่น ซึ่งทาง Grab จะมีการจัด Promo Code เป็นส่วนลดอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งเงื่อนไขก็จะแตกต่างกันออกไป บางทีใช้ได้แค่บางเวลา บางทีต้องมีค่าบริการขั้นต่ำ แต่แนะนำให้กดติดตามเพจชื่อ Grab Promo Code Thailand ไว้ เพราะทางเพจมีการเอาส่วนลดต่าง ๆ มาอัพเดทให้อยู่เรื่อย ๆ หรือก่อนเรียก Grab ก็ให้มาดูในเพจนี้ก่อนว่ามีโปรโมชั่นอะไรหรือเปล่า

อีกอย่างนึงก็คือ Grab เองจะชอบส่งส่วนลดเข้ามาใน Notification ของเรา ซึ่งแอบซ่อนไว้ใน เมนู Inbox ของหน้าแรก อาจจะไม่ได้สังเกตกัน ซึ่ง Inbox นี้จะมีพวกโค้ดส่วนลดต่าง ๆ เข้ามาด้วย อย่าลืมแวะเข้ามาดู หรือแคปเก็บไว้ก่อน (เพราะถ้าเราไปหน้าเรียกรถแล้ว เราจะย้อนมาดูหน้านี้ไม่ได้ แถมยิ่งกดเรียกไปแล้วจะไม่สามารถมาใส่โปรโมชั่นย้อนหลังได้ครับ)

screen

อีกวิธีนึงที่จะทำให้เราได้รถที่ดี ไว และง่าย ก็คือเป็นสมาชิกระดับ Platinum ที่เกิดจากการสะสมแต้มไปเรื่อย ๆ ซึ่งยิ่งระดับสูง เราก็จะถูก Match เข้ากับคนขับที่มีคะแนนสูง ๆ (ซึ่งก็พอเดาได้ว่าน่าจะขับรถดี ๆ และสุภาพมาก ๆ จนเคยกดให้คะแนนสูง) แถมถ้าลองเอาไปกดเรียกพร้อมกับกับแอพของเพื่อนเราที่เป็นแค่ระดับ Member ธรรมดา เราจะพบว่าเราได้รถไวกว่าด้วย

สุดท้ายแล้ว บอกได้เลยว่าอาจจะต้องพึ่งโชคมากหน่อยถ้าเราจะเรียกรถ Grab Car ธรรมดาแล้วได้รถดี ๆ (แต่ก็ไม่ได้ยากอะไรมาก) แต่ถ้าเราต้องการได้รถดีชัวร์ ๆ คงต้องขยับขั้นของบริการขึ้นมาหน่อย จ่ายแพงกว่านิดหน่อย แต่นั่งสบาย ไม่ต้องหงุดหงิด แถมการที่เราเห็นราคาก่อนก็ช่วยให้เราไม่ต้องไปคิดมากหรือห่วงว่ามิตเตอร์จะขึ้นไปเท่าไหร่เหมือนตอนนั่นแท็กซี่ด้วย สุดท้ายก็อยากให้ทุกคนอดทนกับรถติดไปด้วยกัน เราเปลี่ยนการจราจรไม่ได้ (และก็ดูเหมือนรัฐบาลจะยังเปลี่ยนไม่ได้ในเร็ววันนี้) ดังนั้น เราแก้ที่ตัวเองก่อนดีกว่าครับ ขอให้สนุกเดินทางปลอดภัยกันทุกคน เจอพี่คนขับดี ๆ ลงจากรถอย่าลืมพูดคำขอบคุณด้วยครับ ที่พาเรามาส่งที่หมายอย่างปลอดภัย