/ Science

ประวัติ Falcon 9 จนถึงการลงจอดสำเร็จครั้งแรก

มิถุนายน ปี 2015 SpaceX ต้องพบกับสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะเจอเมื่อจรวด Falcon 9 พร้อมกับยาน Dragon ได้ระเบิดหลังจากขึ้นจากฐานปล่อยได้ไม่กี่นาที ทำให้การทดสอบลงจอดบนแพต้องถูกยกเลิกด้วยเช่นเดียวกัน ไม่เพียงเท่านั้น SpaceX ยังโดนสอบสวนอย่างหนักจากทั้งสภาสูงของสหรัฐฯ หรือแม้กระทั่งเกือบจะถูกถอนในอนุญาตการส่งดาวเทียมทางการทหารจาก กองทัพอากาศสหรัฐฯ เนื้อหาดังกล่าวสามารถอ่านได้จาก โพสนี้

A brief history of Falcons

ย้อนกับไปในช่วงปี 2006 ณ หมู่เกาะฮาวาย SpaceX ได้เริ่มต้นที่นี่ พื้นที่เกาะเล็ก ๆ ถูกใช้เป็นฐานปล่อยจรวดที่สร้างขึ้นเองง่าย ๆ ชื่อของมันคือ Falcon 1 มันถูกส่งให้บินขึ้นพร้อมกับกล้องและเซ็นเซอร์มากมายที่จะคอยบอกสถานะให้กับศูนย์ควบคุมด้านล่าง รวมถึง FalconSAT-2 ดาวเทียมเล็ก ๆ ของนักเรียนโรงเรียนนายเรืออากาศ กองทัพอากาศสหรัฐ

25 วินาทีหลังจากปล่อย Falcon 1 ค่อย ๆ ลดความเร่งลง และเชื้อเพลิงก็ดับไป ... จรวดดิ่งลงอย่างรวดเร็วและจมหายไปในมหาสมุทรแปซิฟิก SpaceX แพ้ตั้งแต่เริ่มต้น

ความฝันของชายชื่อ Elon Musk ในวัยเพียง 35 ปี ที่จะพามนุษย์ไปสร้างดาวใหม่นั้นไม่ต่างจากนิยายอวกาศ และแทบเป็นไปไม่ได้เลย จรวด Falcon 1 ของเขาอ่อนแอเกินไป และยังไม่สามารถหลุดจากชั้นบรรยากาศของโลกด้วยซ้ำ

.. "เราต้องสร้างใหญ่กว่านี้"

Falcon 1 ยังถูกพัฒนาต่อไป พวกเขาลองเปลี่ยนเครื่องยนต์ ลองใช้เชื้อเพลิงแบบใหม่ ลองตั้งค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย

มกราคม 2007 Falcon 1 ยังคงมีปัญหาเล็กน้อย เช่น Payload Fairing (ฝาครอบหัวจรวด ที่คอยปกป้องดาวเทียมจากการเสียดสีระหว่างปล่อย) ไปกระแทกกะ Secondstage (จรวดส่วนที่สองที่จะถูกจุดหลังจากเชื้อเพลิงของจรวดตอนล่างหมดลง) อย่างไรก็ตาม SpaceX ได้บอกว่าภารกิจครั้งนี้เกือบสำเร็จ และมีข้อผิดพลาดบางประการที่พวกเขาต้องแก้ไข ตอนนี้ Falcon 1 พาพวกเขาขึ้นไปที่ความสูง 289 กิโลเมตรได้สำเร็จ ดาวเทียมจำลอง DemoSat (ใช้สำหรับการทดสอบจรวด) น่าเสียดายที่ Falcon 1 นั้นช้าเกินไปที่จะส่ง DemoSat ให้อยู่ในวงโคจรที่เสถียรได้ DemoSat ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศและเผาไหม้ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น แต่พวกเขาเชื่อว่า Falcon 1 นั้น มาถูกทางแล้ว และเป็นการยืนยันว่า Falcon 1 มันต้องใช้ได้ ..

สิงหาคม 2008 Falcon 1 ทำให้ดาวเทียมอีก 4 ดวงต้องไหม้กลายเป็นซากอีก เนื่องจากปัญหาระหว่าง Stage 1 และ 2

ตอนนี้ไม่มีใครอยากจ้าง SpaceX แล้ว แม่ง ทำดาวเทียมกูไหม้หมด SpaceX ต้องสร้างดาวเทียมปลอม ๆ ขึ้นมาเพื่อยิงเอง

กันยายน 2008 Falcon 1 กับดาวเทียมปลอม ๆ ที่ SpaceX ทำขึ้นมาปลอบใจตัวเองได้ถูกปล่อยขึ้น จรวด Falcon 1 stage 2 แยกตัวออกหลังจากขึ้นบินไม่กี่นาที เพื่อส่งดาวเทียมปลอบใจตัวเองสู่วงโคจร .. ความเร็วของมันเป็นที่น่าพอใจ การทำงานทุกอย่างเป็นปกติ จนในที่สุด ดาวเทียมปลอบใจของ SpaceX ก็สามารถโคจรอยู่ที่ความสูง 617 กิโลเมตร

พวกเขาทำสำเร็จแล้ว Falcon 1 นั้นพร้อมสำหรับการส่งดาวเทียมแล้ว แล้วไหนละลูกค้า ?

ลูกค้ารายแรกที่ได้ส่งดาวเทียมกับ SpaceX (แล้วไม่บึ้ม) คือบริษัทดาวเทียมเล็ก ๆ จาก มาเลเซีย SpaceX ไม่ทำให้บริษัทนี้ผิดหวัง ในเดือนกรกฏาคม 2009 ซึ่งเป็น Flight ที่ 5 ของ Falcon 1

จริง ๆ แล้วในช่วงนั้น SpaceX แอบพัฒนาจรวดรุ่นใหม่มาตั้งแต่ปี 2005 จรวดรุ่นนี้มีกำลังพอที่จะส่ง payload ที่ใหญ่ขึ้น เช่นดาวเทียม หรือ ยานอวกาศ จรวดลำนี้ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ที่ชื่อ Merlin Engine ทั้งหมดถึง 9 ตัว ทำให้จรวดรุ่นนี้ถูกเรียกชื่อว่า Falcon 9

SpaceX ใช้ Falcon 1 ส่งดาวเทียมไปหลายดวงให้กับลูกค้าเล็ก ๆ หลายเจ้า จนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมาสู่สิ่งที่ใหญ่ขึ้น

Falcon 9 is here!

Falcon 9 เวอร์ชั่น 1.0 ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ 9 เครื่องยนต์ ตอนนี้มันก็แรงพอที่จะส่งยานอวกาศหรือดาวเทียมดวงใหญ่ ๆ ได้ SpaceX ยังได้พัฒนายานอวกาศสำหรับใช้ขนส่งเสบียงขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติที้ชื่อ Dragon โดย Dragon และ Falcon 9 ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เนื่องจากถูกพัฒนามาร่วมกัน

ในช่วงนั้นพอดีที่สหรัฐอเมริกาต้องบอกลา กระสวยอวกาศ ยานอวกาศที่อเมริกาใช้เพื่อส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาสนานาชาติมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ NASA ก็ไม่มียานใดเหลือให้ใช้แล้ว นอกจากต้องฝากนักบินไปกับยาน Soyuz ซึ่งแน่นอน ว่าทางรัสเซียก็ไม่ได้ใจดีถึงขนาดที่จะให้นั่งไปฟรี ๆ แต่กลับต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับรัสเซียไปหลายล้านดอลล่า

"ลาก่อย กระสวยอวกาศ"

หลังจากเที่ยวบินสุดท้ายของกระสวยอวกาศได้จบลง ทีมงาน SpaceX กำลังมองกระสวยอวกาศถูกแบกโดยเครื่องบิน Boeing 747 ผ่านสำนักงานใหญ่ใน California ทุกคนรู้ดีว่าโอกาสของพวกเขากำลังจะมาถึง เขาต้องทำให้ NASA เห็นว่าพวกเขาทำได้ พวกเขาสามารถส่งยานอวกาศขึ้นไปเที่ยบกับสถานีอวกาศได้

โอกาสมาถึงแล้ว

หลังจากได้โชว์ของดีให้ NASA ดู
ผลงานการสร้างยาน Dragon และ Falcon 9 ของ SpaceX เป็นที่สนใจ NASA เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถส่งเสบียงขึ้นสู่สถานีอวกาศได้ ทำให้ SpaceX และ Boeing ชนะการประกวดที่เรียกว่า CRS หรือ Commercial Resupply Services ดังนั้น บริษัทที่ NASA จะมอบทุนให้ก็คือ SpaceX นั่นเอง

SpaceX ไม่รอช้าเร่งพัฒนายานอวกาศและจรวด Falcon 9 ให้ดียิ่งขึ้นจนในที่สุดก็มาถึงโอกาสที่เขาจะเทียบท่ากับสถานีอวกาศนานาชาติจริง ๆ

22 พฤษภาคม ปี 2012 ยานอวกาศ Dragon กำลังเคลื่นที่เข้าใกล้สถานีอวกาศช้า ๆ หลังจากที่เพิ่งขึ้นมาจาก Cape Canaveral Air Force Station ด้วยจรวด Falcon 9

Dragon เข้าใกล้ สถานีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดแขนกล Canaderm ของสถานีก็จับ Dragon ไว้ได้ " Capture is comfirmed! " ยานอวกาศของ SpaceX ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานีอวกาสนานาชาติแล้ว แขนกลค่อย ๆ ดึง Dragon เข้ามาเชื่อมกับตัวสถานี ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นประตูยานก็เปิดออก นักบินอวกาศภายในสถานี ต่างเข้าไปสำรวจความเรียบร้อยของยาน

" การบินขึ้นมากับยาน Dragon ที่ออกแบบมาสำหรับคนนั่งนั้น คงไม่ใช่ปัญหาแน่ ๆ "

คำพูดของนักบินอวกาศ Don Pettit เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ SpaceX ไม่ล้มเลิกความคิดว่า ซักวัน Dragon จะสามารถนำนักบินอวกาศสหรัฐ กลับสู่สถานีอวกาศได้จริง ๆ

Dragon เทียบท่าอยู่บนนั้นเกือบเดือนและได้ถูกปล่อยลงมาพร้อมกับสิ่งของ เช่น ผลวิจัยต่าง ๆ และตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก นับว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีของ Dragon ที่สามารถนำของกลับมาได้ด้วย ซึ่งยานลำอื่น ๆ จะลุกไหม้ไปในชั้นบรรยากาศ

CRS-5

ในระหว่างที่ SpaceX กำลังส่งเสบียงให้สถานีอวกาศนานาชาติหลายครั้ง รวมถึงปล่อยดาวเทียมให้บริษัทใหญ่ ๆ พวกเขาได้พัฒนา Falcon 9 รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Falcon 9 1.1 มันมีขนาดใหญ่กว่าเดิม สูงกว่าเดิม และ แรงกว่าเดิม นอกจากนั้น SpaceX ยังมีความคิดที่จะนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นไอเดียที่ดี แต่ทำได้ยากมาก SpaceX ต้องการให้จรวดของพวกเขาลงจอดบนแผ่นดิน เพื่อไม่ให้โดนน้ำทะเลทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ เสียหาย และสามารถเติมเชื้อเพลิง ชาร์จไฟ และขึ้นบินใหม่ได้ในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

การพัฒนาจรวดที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น

ณ ฐานอีกแห่งนึงท่ามกลางทุ่งนาของรัฐ Texas ในขณะที่ชาวนาคนอื่นกำลังเลี้ยงวัวเลี้ยงควายอย่างสงบสุข เสียงดังโครมคราม ระเบิดบ้างอะไรบ้างก็ดังขึ้นมาจาก Test Facalities ของ SpaceX ตรงนี้พวกเขาทดสอบทุกอย่างที่จะทำให้คนแถวนี้อยู่ไม่สุข ไม่ว่าจะเป็น ยิงจรวดที่ล็อกเอาไว้กับฐาน , ทดสอบเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่แรงและเสียงดังน่ารำคาญกว่าเดิม

แต่ที่เจ๋งที่สุดก็คือ Glass Hopper จรวดที่สามารถขึ้นและลงในแนวดิ่งได้ พวกเขายิงมันขึ้นสูงไม่เกิน 1 กิโลเมตร ปล่อยให้มันลอยไปลอยมาและทำให้มันกลับมาลงจอดที่ฐานได้

นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง Falcon 9 ที่ลงจอดเองได้ เมื่อค้นพบว่าพวกเขามาถูกทางแล้ว พวกเขาก็นำไอเดียนี้มาลองใช้กับท่อนจรวด Falcon 9 จริง ๆ ซึ่งก็คือ Falcon 9 1.1 ที่ติดขาตั้งที่พับได้ การทดสอบประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดการระเบิดกลางอากาศบ้าง​ (อ้างอิงจากชาวไร่ชาวนาแถวนั้น ที่กล่าวว่าวัวควายของเขายืนมอง Falcon 9 ระเบิดด้วยความงง)

ในเดือนเมษายน ปี 2014 Falcon 9 1.1 R ซึ่ง R นั้นหมายถึง Reusable ได้ทดสอบบินขึ้นสูง 1 กิโลเมตร และกลับมาลงจอดที่ฐานได้อย่างสวยงาม นี่คือขนาดจริงขอ Falcon 9 มันลงจอดได้ เราเพียงแค่ต้องทดลอง ทดลองส่งมันขึ้นไปในอวกาศและให้มันบินกลับมาเอง

การทดสอบในครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจมากพวกเขาต้องทดสอบเอา Falcon 9 กลับมาจากอวกาศเพื่อพิสูจน์ว่าแนวคิดนี้มันเป็นไปได้ และพวกเขาก็พร้อมที่จะทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง 3 เดือนหลังจากนั้น กับภารกิจส่งดาวเทียมให้ ORBCOMM

ในการบินครั้งที่ 4 ของ Falcon 9 1.1 ในวันที่ 14 กรกฏาคม 2014 SpaceX ได้เตรียมพร้อมสำหรับการ boost back burn ซึ่งก็คือการลดความเร็วลงและลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งของ Cape Canaveral Air Force Station หลังจากที่ Stage 2 แยกตัวออก Falcon 9 ก็เริ่มต้นหมุมตัวกลับ ยิงไอพ่นอีกรอบเพื่อลดความเร็ว ซึ่งเราเรียกว่า boost back burn ลดความเร็วให้วงโปรเจ็คไทล์แคบลง ระหว่างที่ Falcon 9 กลับสู่ชั้นบรรยากาศ ไอพ่นจากเครื่องยนต์ Merlin 1D จำนวน 3 ตัวจาก 9 ตัวจะช่วยเป่าอนุภาคของชั้นบรรยากาศให้ออกห่างจากเครื่องยนต์จรวด ทำให้การเสียดสีกับชั้นบรรยากาศไม่รุนแรงจนทำให้ Falcon 9 ฉีกขาดออกเป็นส่วน ๆ

Falcon 9 รอดจากการเสียดสีในชั้นบรรยากาศ และพุ่งลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีเครื่องยนต์ Merlin 1D เพียง 1 ตัวคอยพยุงเอาไว้ Falcon 9 ลงจอดอย่างช้า ๆ ในมหาสมุทรก่อนจะจมหายไปในทะเล มันสำเร็จแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ Falcon 9 กลับมาสู่โลก ในครั้งต่อไป พวกเขาต้องตั้งใจมากกว่านี้ การนำมันมาลงจอดบนแผ่นดินยังอันตรายไป และ Falcon 9 ยังไม่แรงพอที่จะพาตัวเองกลับมาสู่ฐานปล่อยของมันได้ มันเหมือนกับคุณยิงปืนแนวเฉียงขึ้นฟ้า แล้วให้ลูกกระสุนมันดีดตัวเองกลับมาหาตัวคุณ ซึ่งหากใครที่เคยเรียนฟิสิกส์มาคงจะเข้าใจว่ามันยากมาก ๆ ไม่ว่าจะต้องเอาชนะแรงในแนวแกน X และ Y แถมยังต้องแข่งกะเวลาไม่ให้ Falcon 9 ตกสู่พื้นโลกก่อนที่จะ burn วิถี เสร็จ

ฐานตั้งลอยน้ำ เป็นความคิดที่ดี SpaceX สร้างฐานลอยน้ำขึ้นมา

Falcon 9 First Stage Reusability Graphic
Just Read the Instructions

การทดสอบลงจอดบนแพลอยน้ำ หรือที่เรียกเท่ ๆ ว่า Autonomous Drone Ship นี้เกิดขึ้นในภารกิจ CRS ครั้งที่ 5 ในวันที่ 10 มกราคม 2015 ฐานลอยน้ำขนาด 90 x 50 เมตร ได้ถูกปล่อยไปลอยนอกชายฝั่งแอตแลนติก สำหรับ Falcon 9 ในครั้งนี้ มีของเล่นติดไปด้วยสองอย่าง ก็คือ Landing Lengs ทั้ง 4 ขา และ Grid fin ทั้ง 4 ตัว ซึ่ง Grid fins เป็นตัวช่วยในการควบคุม aerodynamic ในการลงจอด เช่น การหมุน หรือ การเอียงซ้ายขวา

Falcon 9 ตกลงมาอย่างรวดเร็วและดูเหมือนจะเสียการทรงตัว Grid fins สูญเสียการทรงตัวเนื่องจากไม่เหลือน้ำมันไฮดรอลิกให้ใช้ Falcon 9 กระแทกกับแพอย่างรุนแรง และกระเด็นตกทะเลไป แม้ Falcon 9 จะลงทะเลไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือข้อมูลอีกเยอะแยะให้เรามาหาข้อผิดพลาดเพื่อนำไปแก้ไข แม้สำนักข่าวบางแห่ง ผู้ไม่มีความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่นิดเดียว จะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ความล้มเหลว, ความผิดพลาด แต่คำพวกนี้ไม่เคยทำให้ SpaceX หวั่นไหว พวกเขารู้ดีกว่ามันใกล้แล้ว หากพวกเขาสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้พวกเขาจะประสบความสำเร็จแน่นอน




น่าเสียดายที่ภารกิจครั้งต่อมา คือการปล่อยยานอวกาศ DSCOVR จาก NASA และ USAF ในครั้งนี้ SpaceX ต้องเจอกับคลื่นลมแรง คลื่นที่สูงเท่าตึก 3 ชั้น ทำให้แพไม่อยู่ในสภาวะที่จะลงจอดได้ แม้จะไม่มีการลงจอดบนแพ แต่ในครั้งนี้ SpaceX ก็ได้ทดสอบระบบนำร่องการลงจอดใหม่ ซึ่งทำให้ตัวจรวดตั้งตรง และลงจอดในทะเลอย่างสวยงาม



14 เมษายน 2015 Stage 2 ภารกิจ CRS ครั้งที่ 6
Stage 2พร้อมกับ Dragon แยกตัวออกไปแล้ว Falcon 9 ก็ทำการ boost back burn เช่นเดิม Falcon 9 เสียดสีกับชั้นบรรยากาศลงมาถึงระดับที่มีอากาศเพียงพอ Grid fin ได้กางออกเพื่อช่วยในการทรงตัว

เมื่อ Falcon 9 ตกลงมาใกล้จะถึงแพเครื่องยนต์ Merlin Engine 1 ตัวก็ติดขึ้นเพื่อพยุง Falcon 9 ให้ลงจอดบนฐานอย่างช้า ๆ Falcon 9 เอียงไปมากกว่าจะสามารถพยุงตัวเองให้ตั้งตรงได้ ทันทีที่ขาตั้งกระทบกับพื้นแพ Falcon 9 ก็เสียการทรงตัวและล้มลงไปกระแทกกับแพอย่างรุนแรง เกิดการระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นท้องทะเลอีกครั้ง

ควาสำเร็จใกล้เข้ามาทุกที กับการทดสอบในวันที่ 28 มิถุนายน 2015 ภารกิจ CRS ครั้งที่ 6 ของ SpaceX ที่ทุกคนคาดว่า การลงจอดครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ Falcon 9 ได้เกิดการระเบิด เมื่อขึ้นจากฐานยิงไปได้ 2 นาที Falcon 9 ถูกฉีกออกเป็นส่วน ๆ รวมถึง International Docking Adapter ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะใช้สำหรับยาน Dragon 2 และ ยานอื่น ๆ ก็ได้ถูกทำลายไปพร้อมกับ Falcon 9

นี่เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ SpaceX เจอมาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากนี่ก็เป็นภารกิจสำคัญภารกิจหนึ่ง
แล้วเวลานั้นก็ผ่านไป ...

Falcon 9 is back, bitch!

หลายเดือนผ่านไปทุกคนยังได้ยินเสียง SpaceX ทำอะไรโครมคราม อยู่ในฐานทดสอบที่เท็กซัส ระเบิดบ้างอะไรบ้าง เช่นเดิม สุดท้าย SpaceX ก็ประกาศว่าในครั้งนี้เราจะกลับมาพร้อมสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม จรวด Falcon 9 1.1 จะได้รับการอัพเกรด เครื่องยนต์ใหม่ที่ให้พลังแรงกว่าเดิม ระบบ Landing Guide แบบใหม่ และในครั้งนี้ จนมาถึงในช่วงกลางเดือนธันวาคม SpaceX ก็ได้เผยภาพที่จะทำให้ทุกคนต้องอึ้ง ..

Landing Zone 1 พร้อมแล้วสำหรับการลงจอด

Landing Zone 1

“ เราละลงจอดบนแผ่นดิน! ”

ซึ่งภารกิจครั้งนี้จะเป็นการนำดาวเทียม 11 ดวงของ ORBCOMM เจ้าเก่าขึ้นสู่วงโคจร Falcon 9 ลำใหม่นี้ผ่านการเทสแล้วเทสอีก เมื่อมั่นใจแล้วก็ launch ได้ ...

22 ธันวาคม 2015 สภาพอากาศแจ่มใสในช่วงค่ำ ลมพัดน้อยเหมาะแก่การลงจอดจรวดที่สุด Falcon 9 ถูกตั้งขึ้นบน Pad และนับถอยหลัง Falcon 9 พุ่งขึ้นจาก Cape Canaveral Air Force Station เสียงเชียร์จากทีมงานและแฟน ๆ ดังจนกลบเสียงพิธีกรในการถ่ายทอดสด

Falcon 9 ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงช่วง Max-Q หรือ Maximum Dynamic Pressure ซึ่งเป็นจุดที่ peak ที่สุดและเสี่ยงต่อการฉีกขาดที่สุดทุกคนต่างเงียบไปตาม ๆ กันด้วยความตื่นเต้น หวังลึก ๆ ในใจว่าครั้งนี้โชคชะตาจะเข้าข้าง ... เสียงเชียร์โห่ร้องกลับมาอีกครั้งหลังจากผ่านพ้นช่วง Max-Q ไป ตอนนี้ก็ใกล้ถึงตอนที่ Stage 2 จะเริ่มจุดระเบิดเพื่อแยกตัวออกจาก Stage 1 แล้ว ... MECO1! เครื่องยนต์ของ Stage 1 ดับลงแล้ว Main Engine Cut off ในขณะที่ Stage 2 กำลังนำดาวเทียม 11 ดวงขึ้นสู่วงโคจร Stage 1 ก็ทำการหมุมหัวกลับ เพื่อเตรียมตัวจุดเครื่องอีกรอบ เพื่อ กลับมาลงจอดที่ Cape Canaveral Air Force Station

เครื่องยนต์ Merlin ทั้ง 3 ทำการ kill velocity ของ Falcon 9 เพื่อนำพา Falcon 9 กลับมาสู่ฐานจอด
Falcon 9 เริ่มเข้าสู่การ Reentry burn เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ....

ภาพของแสงสีแดงส้มสว่างไปทั่วท้องฟ้า แหลมเคอเนอเวอรัล Falcon 9 กำลังกลับลงสู่ฐาน ทุกคนทั้งที่อยู่ที่สำนักงานใหญ่ของ SpaceX ใน California แฟน ๆ ที่กำลังดูอยู่ที่แหลม เคอเนเวอรัล และคนดูอีกหลายแสนที่กำลังดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน ( และโรงเรียน สำหรับผม ) ต่างลุ้นกันไปตาม ๆ กัน

Falcon 9 has landed!

Falcon 9 เคลื่อนลงมาจนถึง Landing Zone เครื่องยนต์ Merlin Engine เพียงตัวเดียวได้พา Falcon 9 จรวดที่ทันสมัยที่สุดในโลกกลับลงสู่พื้นแล้ว ..

ORBCOMM-2

Elon Musk กับทีม Falcon 9 Recovery ลงไปยัง LZ-1 ทันทีหลังจากจรวดลงจอด พวกเขาก็ได้พบกับภาพที่น่าตกใจ Falcon 9 ตั้งตรงสวยงามอยู่บน LZ ... Musk ได้ถ่าย video สั้น ๆ อวดแฟน ๆ ใน Twitter ทันทีเมื่อเข้าได้เห็น Falcon 9

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาก็ได้ทำการพา Falcon 9 ลำประวัติศาสตร์นี้ไปยังที่ใดก็ไม่ทราบได้ คาดว่าจะเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อดู Flight Hardware ว่าปกติหรือเปล่า ก่อนที่จะนำไปเก็บรักษาในฐานะจรวดลำแรก ขึ้นที่ลงจอดได้เอง ในอนาคต Falcon 9 จะถูกใช้ซ้ำเพื่อประหยัดต้นทุนในการขนส่งของขึ้นสู่อวกาศ และ จะเป็นการเอื้ออำนวยให้มนุษย์ไม่เพียงแค่ใช้ชีวิตอยู่บนโลก แต่เราจะใช้ชีวิตแบบ multi-planetary กันไม่ช้าก็เร็วนี้

ขอบคุณทีม SpaceX และผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ครับ
และจะขอใช้ชีวิตนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้ทุกคนจะเป็นกลไกฟันเฟืองเล็ก ๆ
แต่กลไกฟันเฟืองเล็ก ๆ นี้แหละที่สามารถทำให้เกิดสิ่งใหญ่ ๆ ขึ้นได้ ใครจะไปรู้ว่าชิ้นส่วนเล็ก ๆ ส่วนนี้จะได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรบ้าง ...

ได้รับแรงบันดาลใจกันไปเต็ม ๆ ในช่วงนี้ก็ Steam Sale ละนะครับ
ไปโหลด Kerbal Space Program มาปล่อยจรวดกันดีกว่าครับ

อ้างอิง SpaceX Official , Wikipedia ขอบคุณรูปภาพจาก Flickr อย่างเป็นทางการของ SpaceX และ ขอบคุณที่อนุญาตให้ใช้ภาพแบบ Public Domain