แฉแหลก ทำไมคนอเมริกันจึงรู้สึกเฉยๆกับข่าวที่นาซาประกาศความสำเร็จนู่นนี่

หลังจากที่ได้ศึกษาวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ 4 ขวบ อ่านหนังสือแปลและดูสารคดี เกี่ยวกับอวกาศมามากมาย แต่เมื่อผมได้พบกับชายผู้หนึ่ง ชายผู้นี้ทำให้ผมตาสว่างและรู้ความจริงว่า วิทยาศาสตร์มีแต่เรื่องหลอกลวง

ผมเพิ่งตาสว่าง

ผมได้คุยกับผู้มีความรู้และความพยายามในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเด็กๆ เขาก็คือคุณ สมภพ พลสวัสดิ์ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาในส่วนของ comments Facebook ในบทความเรื่อง ยานแคสสินีและได้รับทราบข้อมูลที่น่าตกใจมากมาย
คุณสมภพเล่าว่า ...

เรื่องส่งยานออกนอกโลกเป็นเรื่องลวงโลกตั้งแต่ยุคอพอลโลแล้ว จากการสำรวจพบว่า คนอเมริกัน 22%ไม่เชื่อว่ายานอพอลโลลงจอดบนดวงจันทร์ อีก 48%เป็นคนที่รัฐบาลจ่ายค่าเลี้ยงดู ที่เหลือ30%เป็นเด็ก จะเห็นได้ว่าแม้จะส่วนน้อยแต่เป็นคนมีการศึกษา ESA ก็เหมือนกัน โครงการที่ลงทุนไปแล้วหลายพันล้านยูโร ใครบ้างที่จะบอกถึงความล้มเหลวให้ประชาชนผู้เสียภาษีด่า เมื่อฝ่ายนาซาโกหกมา ESA ก็ต้องโกหกไป เพราะคนโง่มันมีมากกว่าคนฉลาดอยู่แล้วในประเทศหนึ่งๆ

เรื่องโกหกทั้งนั้น

องค์การนาซ่า ล้มเหลวในการส่งยานออกนอกโลกเรื่อยมา ใช้งบประมาณของประชาชนอเมริกานับ 30 ล้านล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนเงินงบประมาณต่อไป ก็จำต้องสร้างข้อมูลลวง ประกาศผลงานออกมาเป็นระยะๆ แต่งนิยายอวกาศมาหลอกว่าส่งยานไปดาวดวงโน้นดวงนี้ แต่เนื่องจากคนอเมริกันมีการศึกษาสูงจึงสามารถจับผิดข้อมูลเท็จของนาซ่าได้ทั้งหมด เช่น แสงที่มาจากไฟสปอร์ตไลท์ ทำให้เกิดเงาที่ต่างจากแสงอาทิตย์ ฯลฯ

การส่งยานออกนอกโลกสำเร็จเป็นความภูมิใจของประเทศ มีประเทศไหนบ้างที่รัฐบาลออกมายอมรับความสำเร็จ หรือเฉลิมฉลองทั่วประเทศเหมือนฉลองแชมป์บอลยูโร ข่าวที่ออกมานั้นเป็นข่าวที่ออกมาจากองค์การนาซาหรือESAทั้งนั้นที่แต่งขี้นทั้งภาพทั้งเนื้อความ โดยที่คนภายนอกตรวจหาที่มาไม่ได้ ข้อมูลทั้งหมดออกมาในแนวพูดเองเออเองทั้งนั้น เพราะรัฐบาลเขารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ขืนรัฐบาล20 ประเทศในยุโรป ที่เป็นสมาชิก ESA ออกมาพูดเรื่องลวงโลกนี้ รัฐบาลก็หมดความเชื่อถือทั้งในประเทศ และสังคมโลก เพราะเวลานี้เทคโนโลยีมันตามกันทันหมดความลับของแต่ละประเทศหมดสิทธิ์ที่จะปกปิด
เพราะฉะนั้นชาวยุโรปเขารู้สึกเฉยๆแม้ ESAจะประกาศความสำเร็จอะไรมาก็ตาม คนที่กรี๊ดกราดกับข้อมูลลวงโลกก็คือคนในประเทศด้อยพัฒนาทั้งนั้น

ไม่มียานลำไหนๆหลุดออกไปจากโลก

ลองคิดถึงความเป็นจริงซิครับว่า อุณหภูมิที่เส้นศูนย์สูตรของโลกอยู่ที่ 40 องศาC(เซ็นเซียส) แล้วแสงอาทิตย์ที่เดินทางจากเส้นศูนย์สูตรต่อไปอีกถึงขั้วโลกเหนือในระยะทาง 6,371 กิโลเมตร ความเข้มของแสงก็ลดลง ทำให้พื้นที่ในบริเวณขั้วโลกเหนือนั้นมีอุณภูมิ ติด -43 °C ถึง -26 °C แล้วถ้าแสงอาทิตย์นี้เดินทางไปอีกถึงดาวอังคาร ในระยะทาง เท่ากับ 97 ล้านกิโลเมตร ขอบอกเลยว่า -1,000 องศา C ยังน้อยไป แล้วถ้าแสงเดินทางจากโลกไปถึงดาวเสาร์ 1,202,372,375กิโลเมตร ความเข้มแสงก็จะลดลงไปอีก

ซึ่งพอคุณสมภพ กล่าวถึงตรงนี้ผมก็รูสึกโกรธคุณครูฟิสิกส์ขึ้นมาทันที ที่เขามาหลอกผมว่าอุหภูมิต่ำสุดที่เป็นไปได้คือ −273.15°C ที่เรียกว่า absolute zero

............จับโกหกส่งยานไปสำรวจดาวอังคาร ลองจินตนาการนึกภาพว่าพื้นที่ที่ดาวอังคารมันควรมีสภาพอย่างไร ............แสงอา...

Posted by สมภพ พลสวัสดิ์ on Sunday, March 20, 2016

โลกก็ไม่ได้หมุนรอบตัวเองเช่นเดียวกัน

โลก ไม่ได้หมุนรอบตัวเอง และไม่ได้หมุนรอบดวงอาทิตย์ แท้จริงแล้ว โลกอยู่กับที่ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เท่านั้นที่โคจรรอบโลก

โลก ไม่ได้หมุนรอบตัวเอง และไม่ได้หมุนรอบดวงอาทิตย์ แท้จริงแล้ว โลกอยู่กับที่ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เท่านั้นที่โคจรรอบโลก...

Posted by สมภพ พลสวัสดิ์ on Thursday, March 10, 2016

คนไทยมันโง่

ที่คนอเมริกันเขาไม่เชื่อเพราะระบบการสอนในสถาบันการศึกษาไม่ได้สอนให้เชื่ออย่างไทย หากเขาเห็นว่าคำสอนไหนขัดแย้งกับความเป็นจริงเขาจะถามผู้สอนทันที ถ้ามาสอนแบบท่องจำมาแบบอาจารย์ในไทยหรือแบบคุณ ก็จะโดนโห่ไล่เปิดไปเลย คนสอนต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ ผ่านงานมาแล้วอย่างช่ำชอง เรื่องยานออกนอกอวกาศเขาไม่เอามาสอนในชั้นเรียนให้นักเรียนโห่เอาหรอก
คนในประเทศที่เจริญแล้วเวลาเขาดูหนัง จึงไม่ได้ดูแบบคนไทยที่เอาสนุกเอามันส์เข้าว่า เขาจะสนุกกับการจับผิดการถ่ายทำ เพราะฉะนั้นการเอาภาพมาลวงของนาซาหรือ ESA มันก็ลวงได้แต่คนโง่หรือคนบ้าเท่านั้นแหละครับ

ทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงโกหกว่าโลกหมุนรอบตัวเอง โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะ สุริยุปราคาเป็นเงาดวงจันทร์ ฯลฯ ทั้งที่รู้...

Posted by สมภพ พลสวัสดิ์ on Monday, March 14, 2016

โอโห เห็นแบบนี้แล้วหลังจากที่ได้คุยกับคุณสมภพ แล้วผมต้องขอขอบคุณอย่างมากที่ได้ให้ข้อมูลความเข้าใจถูกๆให้กับเด็กรุ่นใหม่ เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก สมภพ พลสวัสดิ์ สามารถเข้าไปร่วมแลกเปลียนความคิดเห็นได้